ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ฤทธ์ของแอนโดรกราโฟไลด์ต่อการทดแทนเซลล์เก่าของดับที่ถูกทำลายด้วยพิษต่อดับ จากอะเซตามิโนเฟนในหนูขาว

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ฤทธ์ของแอนโดรกราโฟไลด์ต่อการทดแทนเซลล์เก่าของดับที่ถูกทำลายด้วยพิษต่อดับ จากอะเซตามิโนเฟนในหนูขาว
นักวิจัย : อุชุจิตรา เกียรติวีระสกุล
คำค้น : ANDROGRAPHOLIDE , ACETAMINOPHEN , LIVER REGENERATION , LIVERCELLS NECR0SIS
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082538000664
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

อะเซตามิโนเฟนถูกเสือกมาใช้เป็นสารพิษ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตายของเซลล์ในตับหนูขาวโดยเลือกทดสอบในขนาด 900, 1200 และ 1500mg.kg('-1) ให้ครั้งเดียวทางปาก ใช้ระดับของเอนไซม์ transaminases(SGOT และ SGPY) และความผิดปกติที่เกิดกับเนื้อเยื่อเป็นตัววัด พิษต่อดับจากอะเซตามิโนเฟนชื้นกับขนาดและระยเวลาที่ให้ ขนาดเหมาะสมที่เลือกใช้ และทำให้เกิดการตายของเซลล์ตับเกินกว่า 50% คือ 1200 mg.kg('-1) ซึ่งทำให้ระดับของ SGOT และ SGPT เพิ่มขึ้นที่เวลา 12 ชั่วโมง และลดลงสู่ระดับปกติที่ 48 และ 60 ชั่วโมง ตามลำดับที่เวลา 12 ชั่วโมงหลังให้อะเซตามิโนเฟน(1200 mg.kg('-1)ทาง ปาก) พบว่าเซลล์ปกติลดลง เซลล์ตายเพิ่มขึ้น และมีระดับของการทำลาย เซลล์ตับที่ +2 รอบ ๆ central vein แอนโดรกราโฟไลด์ในขนาด 100 mg.kg('-1) เมื่อให้ทางปาก 48 ชั่วโมงก่อน แล้วจึงให้อะเซตามิโนเฟน (1200 mg.kg('-1) ทางปาก) ที่เวลา 12 ชั่วโมงหลังให้อะเซตามิโนเฟน ยังคงพบการเพิ่มขึ้นของ SGOT และ SGPT พร้อมกับการกลับสู่ระดับปกติของ SGOT และ SGPT เร็วขึ้นเป็นที่ 24 ชั่วโมงระดับการทำลายของเซลล์ตับที่ 48 ชั่วโมงหลังให้อะเซตามิโนเฟนลดลงเหลือ+1(พบเซลล์ที่เจริญขึ้นแทนที่เซลล์เก่าที่ตายไปเป็นจำนวนมาก)เมื่อเปรียบเทียบกับ +2 จากการให้อะเซตามิโนเฟนเพียงอย่างเดียว สิ่งที่น่าสังเกตคือ แอนโดรกราโฟไลด์เพียงอย่างเดียวในขนาดที่ใช้ลดระดับของ SGOTและ SGPT อย่างเห็นได้ชัด ที่ 48 ชั่วโมงหลังให้อะเซตามิโนเฟน หรือ 96ชั่วโมงหลังให้แอนโดรกราโฟไลด์ เมื่อลดขนาดของแอนโดรกราโฟไลด์ลงเป็น 50 mg.kg('-1)ทางปาก 48 ชั่วโมงก่อนแล้วจึงให้อะเซตามิโนเฟน (1200 mg.kg('-1) ทางปาก) ระดับของ SGOT และ SGPT กลับสู่ระดับปกติเร็วขึ้นเป็น 12 ชั่วโมง และ 24 ชั่วโมง ตามลำดับ ไม่พบการลดลงของระดับเอนไซม์จากการให้แอนโดรกราโฟไลด์อย่างเดียว ระดับการทำลายของเซลล์ตับที่ 48 ชั่วโมงหลังการให้ อะเซตามิโนเฟน ลดลงเหลือ 1/2 เมื่อเปรียบเทียบกับ +2 จากอะเซตามิโนเฟน และ 0(-) จากแอนโดรกราโฟไลด์โดยมีเซลล์ปกติที่ถูกทำลายน้อยลง และเซลล์ตายลดลง มีเซลล์ ที่กำลังแบ่งตัวเพิ่มขึ้นซึ่งต่างจากหนูที่ได้รับแอนโดรกราโฟไลด์หรืออะเซตามิโนเฟนเพียงอย่างเดียวอย่างชัดเจน ดังนั้นผลการทดแทนเซลล์เก่าที่ถูกทำลายด้วยพิษจากอะเซตามิโนเฟนโดยแอนโดรกราโฟไลด์ จึงอาจจะมิใช่กลไกเพียงอย่างเดียวของฤทธิ์ป้องกันพิษต่อตับของมัน (ระดับของการทำลายเซลล์ : 0(-) = ปกติ, +1 = น้อย, +2 = ปานกลาง, +3 = รุนแรง, +1/2 = อยู่ระหว่างปกติกับน้อย)

บรรณานุกรม :
อุชุจิตรา เกียรติวีระสกุล . (2538). ฤทธ์ของแอนโดรกราโฟไลด์ต่อการทดแทนเซลล์เก่าของดับที่ถูกทำลายด้วยพิษต่อดับ จากอะเซตามิโนเฟนในหนูขาว.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อุชุจิตรา เกียรติวีระสกุล . 2538. "ฤทธ์ของแอนโดรกราโฟไลด์ต่อการทดแทนเซลล์เก่าของดับที่ถูกทำลายด้วยพิษต่อดับ จากอะเซตามิโนเฟนในหนูขาว".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อุชุจิตรา เกียรติวีระสกุล . "ฤทธ์ของแอนโดรกราโฟไลด์ต่อการทดแทนเซลล์เก่าของดับที่ถูกทำลายด้วยพิษต่อดับ จากอะเซตามิโนเฟนในหนูขาว."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print.
อุชุจิตรา เกียรติวีระสกุล . ฤทธ์ของแอนโดรกราโฟไลด์ต่อการทดแทนเซลล์เก่าของดับที่ถูกทำลายด้วยพิษต่อดับ จากอะเซตามิโนเฟนในหนูขาว. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.