ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การนำลายพิมพ์ ดี เอ็น เอ มาใช้เป็นพยานในคดีอาญา

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การนำลายพิมพ์ ดี เอ็น เอ มาใช้เป็นพยานในคดีอาญา
นักวิจัย : รุ่งระวี โสขุมา
คำค้น : DNA FINGERPRINTING , EVIDENCE , CRIMINAL CASES
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082538000574
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การพิสูจน์ลายพิมพ์ ดี เอ็น เอ เป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ที่ อาศัยหลักการตรวจสอบความแตกต่างของระหัสพันธุกรรมในแต่ละบุคคล และนำมาประยุกต์ใช้ในการพิสูจน์บุคคล ได้แก่การพิสูจน์บุตร การพิสูจน์ความเกี่ยวพันระหว่างบุคคล และ อาชญากรรมที่เกิดขึ้น ซึ่งมีความถูกต้องแม่นยำจนถึงขนาดที่อาจกล่าวได้ว่า 100% แตกต่างจากการพิสูจน์บุคคลด้วยวิธีการตรวจหมู่เลือด ซึ่งมีข้อจำกัดอยู่ที่เป็นการแบ่งบุคคลออกเป็นกลุ่มๆเท่านั้นไม่สามารถจะชี้เฉพาะลงไปได้ว่า เป็นบุคคลใด และการตรวจอสุจิ เส้นผม หรือขนก็บอกได้เพียงว่า เส้นผม หรือขนที่ตรวจคล้ายกับ เส้นผม หรือ ขนที่ตรวจคล้ายกับ เส้นผม หรือ ขน คนใดคนหนึ่ง แต่ไม่อาจยืนยันได้แน่นอนการพิสูจน์ ลายพิมพ์ ดี เอ็น เอ จึงจัดเป็นวิธีการพิสูจน์บุคคลที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน และเป็นพยานหลักฐานที่สำคัญทั้งในขั้นการสอบสวน และ ในชั้นการพิจารณาคดี ในต่างประเทศเช่นสหรัฐอเมริกา และ ประเทศอังกฤษ นิยมใช้วิทยาการตำ รวจและเทคนิคสมัยใหม่เข้าช่วยในการสืบสวนสอบสวน นิยมนำการพิสูจน์ลายพิมพ์ ดี เอ็น เอ มาช่วยในการคลี่คลายคดีโดยเฉพาะคดีที่ขาดประจักษ์พยาน จากการศึกษาการนำลายพิมพ์ ดี เอ็น เอ มาใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำ เนินคดีอาญาของต่างประเทศ พบว่า ก่อให้เกิดปัญหาทางกฎหมาย 2 ประการคือ(1) ปัญหาการละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล จากการบังคับเจาะเลือด เก็บเส้น ผม หรือ ขนที่ติดอยู่กับเนื้อตัวร่างกายของผู้ต้องหาเพื่อนำมาพิสูจน์ลายพิมพ์ ดี เอ็นเอ เปรียบเทียบกับลายพิมพ์ ดี เอ็น เอ ที่ตรวจได้จากพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุว่า เป็นของบุคคลเดียวกัน หรือ ไม่ (2) ปัญหาการรับฟัง และ ชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานจากการพิสูจน์ลายพิมพ์ ดี เอ็น เอ ซึ่งปัญหาดังกล่าวมานั้น ในประเทศสหรัฐอเมริกามีบรรทัดฐานคำพิพากษาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ และ มีมาตรฐานในการพิ จารณารับฟังพยานหลักฐาน เช่น The Frye Test, The Relevancy Ruleส่วนในประเทศอังกฤษมีกฎหมายที่กำหนดเงื่อนไขในการใช้อำนาจของตำรวจเพื่อรวบ รวมพยานหลักฐานทางชีวภาพไว้อย่างชัดเจนใน The Police and Criminal Evidence Act 1984 สำหรับประเทศไทยนั้นจากการศึกษาพบว่า บทบัญญัติของกฎหมายไม่เอื้ออำ นวยให้รัฐสามารถบังคับเจาะเลือดจากผู้ต้องหาได้ และบรรทัดฐานคำพิพากษาของ ศาลไทยยังไม่เคยวินิจฉัยไปถึง และเนื่องจากการพิสูจน์ลายพิมพ์ ดี เอ็น เอ ยังเป็น เรื่องใหม่สำหรับประเทศไทยจึงยังไม่มีมาตรฐานในการพิจารณารับฟัง และชั่งน้ำหนัก พยานหลักฐานดังกล่าว เช่น ในต่างประเทศ จากการศึกษาเปรียบเทียบ ผู้ทำวิทยานิพนธ์เห็นว่ารัฐมีความจำเป็นจะต้องมี การออกกฎหมาย หรือแก้ไขกฎหมายให้สามารถแสวงหาพยานหลักฐานที่เป็นส่วนร่างกายของผู้ต้องหา เช่น การบังคับเจาะเลือดได้และควรมีมาตรฐานอันเป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณารับฟัง และ ชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อรองรับความเจริญทางเทคโนโลยี่ และ วิทยาศาสตร์โดยเฉพาะการพิสูจน์ลายพิมพ์ดี เอ็น เอ เพื่อก่อให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติ และ เป็นการให้ความเป็นธรรมที่แท้จริงแก่คู่ความทั้งสองฝ่าย

บรรณานุกรม :
รุ่งระวี โสขุมา . (2538). การนำลายพิมพ์ ดี เอ็น เอ มาใช้เป็นพยานในคดีอาญา.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
รุ่งระวี โสขุมา . 2538. "การนำลายพิมพ์ ดี เอ็น เอ มาใช้เป็นพยานในคดีอาญา".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
รุ่งระวี โสขุมา . "การนำลายพิมพ์ ดี เอ็น เอ มาใช้เป็นพยานในคดีอาญา."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print.
รุ่งระวี โสขุมา . การนำลายพิมพ์ ดี เอ็น เอ มาใช้เป็นพยานในคดีอาญา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.