| ชื่อเรื่อง | : | ผลของปริมาณแคลเซียม แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส ต่อลักษณะทางกายภาพของนมและการประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำผลไม้ผสมนม |
| นักวิจัย | : | อรรถวิทย์ วิทยกุล |
| คำค้น | : | MILK-FRUIT IUICES , PHYSICAL PROPERTY OF MILK , CALCIUM , MAGNESIUM , STABILITY OF MILK |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2538 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082538000480 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาผลของปริมาณแคลเซียม แมกนีเซียม และฟอสฟอรัสที่มีต่อสมบัติทางกายภาพของนม เพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ผสมนม ที่ไม่เกิดการแยกชั้นที่ค่าพีเอชต่ำกว่าค่า Isoelectricpointของนมโดยวิธีเรซินแลกเปลี่ยนไออนชนิดบวก (MSC-1 H('+) form) เมื่อมีการแลกเปลี่ยน H('+) กับแคลเซียมและแมกนีเซียมในนมที่กวนกับเรซิน MSC-1มีผลทำให้พีเอชมีค่าลดลงจากการศึกษาความสัมพันธ์ของปริมาณแคลเซียมที่ลดลงกับพีเอช และปริมาณแมกนีเซียมที่ลดลงกับพีเอช พบว่ามีความสัมพันธ์เชิงเส้นตรง มีสมการเป็น y = 3.145x - 7.339 และ y = 0.210x - 0.277และมีค่า R('2) = 0.94 และ 0.84 นอกจากนี้ยังพบว่า ความสัมพันธ์ของอัตราส่วนแคลเซียมต่อฟอสฟอรัสกับพีเอชมีสมการเป็น y = 2.957x + 2.270 ซึ่งมีค่าR('2)=0.96 จากการศึกษาสมบัติทางกายภาพของนมด้านความหนืด ค่าความคงตัว และสี พบว่าที่พีเอชต่ำกว่า Isoelectric point ค่าความหนืดของนม มีแนวโน้มสูงขึ้น จนถึงพีเอช 2.7 และจะมีค่าความหนืดลดลงที่พีเอชต่ำกว่า 2.7 ในขณะที่ค่า ความคงตัวจะมีค่าเพิ่มขึ้นถึง 100% ที่พีเอช 2.8 และในช่วงพีเอชต่ำกว่า 2.8 ค่า ความคงตัวยังคงมีค่า 100% ในขณะที่ค่าความหนืดเริ่มลดลง ค่าสี (L, a, b) พบว่าที่พีเอชต่ำกว่า 3.6 และมีสีออกไปทางสีเขียวเพิ่มมากขึ้น ในการทดลองผลิตน้ำผลไม้ผสมนม เลือกนมที่มีพีเอช 2.9 - 3.0 เพราะเป็นช่วงพีเอชที่นมมีความคงตัวดี และนำมาปรับพีเอชด้วยสารละลาย 7% (w/v)Na(,4)P(,2)O(,7)-.10H(,2) O ให้ได้พีเอช 4.25 - 4.3 จะได้นมที่มีลักษณะใกล้เคียงกับนมปกติมากที่สุด นำไปผสมกับน้ำผลไม้ในอัตราส่วน 1:1 และ 2:1 โดยน้ำผลไม้(น้ำแอปเปิ้ล น้ำองุ่นแดง น้ำองุ่นขาว และน้ำสับปะรด) ที่ใช้ ได้ถูกลดปริมาณแคลเซียมและแมกนีเซียมด้วยเรซิน MSC-1 จนมีพิเอช 3.0 และปรับความหวานน้ำผลไม้ด้วยน้ำตาล 5% (w/v) ให้มีปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำได้ทั้งหมดเท่ากับ 13.0 - 13.5 ('...)บริกซ์ และพาสเจอร์ไรส์ก่อนนำมาผสมกับนมที่ 80 องศาเซลเซียส 2 นาที นำผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ผสมนมที่ได้ผ่านเครื่องโฮโมจิไนเซอร์ และบรรจุในขวดแก้วที่ฆ่าเชื้อแล้ว เมื่อวิเคราะห์ผลด้านประสาทสัมผัสด้วยวิธี 9 points Hedonic Scale โดยใช้ผู้ทดสอบที่ไม่ได้รับการฝึกฝน 50 คนพบว่าผลิตภัณฑ์น้ำแอปเปิ้ลผสมนมในอัตราส่วน1:1 และ 2:1 และน้ำสับปะรดผสมนมในอัตราส่วน 2:1 ได้รับคะแนนด้านลักษณะปรากฎและด้านการยอมรับรวมสูงสุด คือ 5.98 และ 6.20 ตามลำดับ (P > 0.05) และผลิตภัณฑ์ที่ได้มีโปรตีนเพิ่มขึ้นกว่าน้ำแอปเปิ้ล และน้ำสับปะรดก่อนผสมนมเป็น 75.55, 312.12 และ 331.71% ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์ผลทางด้านประสาทสัมผัสของผลิตภัณฑ์ที่เก็บไว้ที่ 4-10 องศา-เซลเซียส เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ด้วยวิธี 9 points Hedonic Scale โดยใช้ผู้ทดสอบที่ไม่ได้รับการฝึกฝนจำนวน 35 คน พบว่าผลิตภัณฑ์น้ำองุ่นขาวผสมนมในอัตราส่วน 1:1 และ 2:1 น้ำแอปเปิล้ผสมนม และน้ำองุ่นแดงผสมนมอัตราส่วน 2:1 ได้รับคะแนนทางด้านลักษณะปรากฎและด้านการยอมรับรวมสูงสุด5.88 และ 5.85 ตามลำดับ (P>0.05) |
| บรรณานุกรม | : |
อรรถวิทย์ วิทยกุล . (2538). ผลของปริมาณแคลเซียม แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส ต่อลักษณะทางกายภาพของนมและการประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำผลไม้ผสมนม.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรรถวิทย์ วิทยกุล . 2538. "ผลของปริมาณแคลเซียม แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส ต่อลักษณะทางกายภาพของนมและการประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำผลไม้ผสมนม".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรรถวิทย์ วิทยกุล . "ผลของปริมาณแคลเซียม แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส ต่อลักษณะทางกายภาพของนมและการประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำผลไม้ผสมนม."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print. อรรถวิทย์ วิทยกุล . ผลของปริมาณแคลเซียม แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส ต่อลักษณะทางกายภาพของนมและการประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำผลไม้ผสมนม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.
|
