| ชื่อเรื่อง | : | ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรรกับคุณภาพชีวิตการทำงานของพยาบาลวิชาชีพหอผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลศูนย์ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข |
| นักวิจัย | : | อรพิน ตันติมูรธา |
| คำค้น | : | PERCEPTION , VALUE , QUALITY OF WORKING LIFE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2538 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082538001009 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรรกับ คุณภาพชีวิตการทำงานของพยาบาลวิชาชีพหอผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลศูนย์ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ศึกษาตัวพยากรณ์คุณภาพชีวิตการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ ตัวพยากรณ์ คือ ประสบการณ์การทำงาน สถานภาพสมรสการได้รับการอบรมเฉพาะ ทาง การรับรู้ต่อความสามารถเชิงวิชาชีพของตน การรับรู้ต่อระบบบริหารค่านิยมทางวิชาชีพ ราชการ และบริการ ประชากรที่ศึกษาเป็นพยาบาลวิชาชีพหอผู้ป่วยวิกฤต ศัลยกรรม อายุรกรรม กุมารเวชกรรม และหอผู้ป่วยวิกฤตทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์ 15 แห่ง จำนวน 333 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ประกอบด้วยแบบสอบถามคุณภาพชีวิตการทำงาน แบบสอบถามการรับรู้ต่อความสามารถเชิงวิชาชีพของตนเอง การรับรู้ต่อระบบบริหาร แบบสอบถามค่านิยมทางวิชาชีพ ค่านิยมทางราชการ ค่านิยมทางบริการ มีค่าความเชื่อมั่น .95 ผลการวิจัยพบว่า 1. ค่าเฉลี่ยคุณภาพชีวิตการทำงานของพยาบาลวิชาชีพหอผู้ป่วยวิกฤตอยู่ระดับปานกลางค่าเฉลี่ยการรับรู้ต่อความสามารถเชิงวิชาชีพ การรับรู้ต่อระบบบริหารค่านิยมทางวิชาชีพ ค่านิยมทางราชการ ค่านิยมทางบริหาร อยู่ในระดับปานกลาง 2. พยาบาลวิชาชีพจำแนกตามประสบการณ์การทำงาน สถานภาพสมรส การได้รับการอบรมเฉพาะทาง มีค่าเฉลี่ยคุณภาพชีวิตการทำงาน ไม่แตกต่างกัน 3. พยาบาลวิชาชีพที่มีการรับรู้ต่อความสามารถเชิงวิชาชีพ การรับรู้ต่อระบบบริหาร ค่านิยมทางวิชาชีพ ค่านิยมทางราชการ และค่านิยมทางบริหารแตกต่างกัน มีค่าเฉลี่ยคุณภาพชีวิตการทำงานแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. การรับรู้ต่อความสามารถเชิงวิชาชีพของตนเอง การรับรู้ต่อระบบบริหารค่านิยมทางวิชาชีพ ค่านิยมทางราชการ ค่านิยมทางบริการ และประสบการณ์การทำงาน มีความสัมพันธ์ทางบวกกับคุณภาพชีวิตการทำงานของพยาบาลวิชาชีพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 5. สถานภาพสมรสและการได้รับการอบรมเฉพาะทาง ไม่มีความสัมพันธ์ กับคุณภาพชีวิตการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ 6. ตัวแปรที่สำคัญที่สามารถร่วมกันพยากรณ์คุณภาพชีวิตการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ คือการรับรู้ต่อระบบบริหาร ค่านิยมทางราชการ และค่านิยมทางบริการซึ่งร่วมกันทำนายคุณภาพชีวิตการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ ได้ร้อยละ 58 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (R'(2) = .58) สมการในรูปแบบคะแนนมาตรฐาน มีดังนี้ Z = .73957 (AVGB(,2)) - .17079 (AVGC(,3)) + .16093(AVGC(,2)) |
| บรรณานุกรม | : |
อรพิน ตันติมูรธา . (2538). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรรกับคุณภาพชีวิตการทำงานของพยาบาลวิชาชีพหอผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลศูนย์ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรพิน ตันติมูรธา . 2538. "ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรรกับคุณภาพชีวิตการทำงานของพยาบาลวิชาชีพหอผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลศูนย์ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรพิน ตันติมูรธา . "ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรรกับคุณภาพชีวิตการทำงานของพยาบาลวิชาชีพหอผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลศูนย์ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print. อรพิน ตันติมูรธา . ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรรกับคุณภาพชีวิตการทำงานของพยาบาลวิชาชีพหอผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลศูนย์ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.
|
