ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ระบบบริหารการใช้โลหิตและส่วนประกอบของโลหิตของโรงพยาบาลรัฐและเอกชนในกรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ระบบบริหารการใช้โลหิตและส่วนประกอบของโลหิตของโรงพยาบาลรัฐและเอกชนในกรุงเทพมหานคร
นักวิจัย : ชัชวาล ประภาวิทย์
คำค้น : MANAGEMENT SYSTEM , BLOOD , BLOOD COMPONENT
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082539000351
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

60% ของโลหิตที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยจัดหาได้ ได้แจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลรัฐและเอกชนทั่วกรุงเทพมหานครในรูปแบบของโลหิตครบส่วน(Whole Blood) และเม็ดโลหิตแดงอัดแน่น(Packed red cells)เป็นส่วนใหญ่ โรงพยาบาลเหล่านี้มีระบบบริหารการใช้โลหิตและส่วนประกอบของโลหิตอย่างไร ไม่เคยมีการศึกษามาก่อน การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระบบบริหารการใช้โลหิตและส่วนประกอบของโลหิตโดยทำการสำรวจโรงพยาบาลทั่วกรุงเทพมหานครที่ขอใช้โลหิตและส่วนประกอบของโลหิตจากศูนย์ฯทั้งหมดจำนวน 104แห่งโดยไม่มีการสุ่มตัวอย่าง การเก็บข้อมูลใช้ทั้งวิธีการสัมภาษณ์ การให้เจ้าหน้าที่งานธนาคารโลหิตของโรงพยาบาลตอบเองและบันทึกปริมาณโลหิตที่ใช้ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม2539 ถึง 31 มกราคม 2540 ผลการศึกษาพบว่าร้อยละ 13.79 ของโรงพยาบาลรัฐเท่านั้นที่มีคณะกรรมการโดยเฉพาะดูแลการใช้โลหิตของโรงพยาบาล ในขณะที่โรงพยาบาลเอกชนไม่มี โรงพยาบาลรัฐและเอกชนต่างก็มีการบันทึกการรับ-จ่ายโลหิตใกล้เคียงกัน (ร้อยละ 80)โรงพยาบาลรัฐร้อยละ 34.48 รับบริจาคโดยทั่วไปด้วยแต่โรงพยาบาลเอกชนรับบริจาคโดยทดแทนจากญาติ (ร้อยละ 43.06)การตรวจโลหิตที่รับบริจาคเองนั้นโรงพยาบาลรัฐ(ร้อยละ 91.30)และโรงพยาบาลเอกชน(ร้อยละ 58.07) มีการตรวจคัดกรองโลหิตครบ 5 ชนิดเหมือนกับศูนย์ฯ ชนิดของโลหิตที่โรงพยาบาลรัฐใช้มาก ได้แก่ เม็ดโลหิตแดงอัดแน่น, โลหิตครบส่วนและเกร็ดโลหิตเข้มข้น (Platelet concentrates) คิดเป็นร้อยละ30.62,30.25และ15.72 ตามลำดับ ส่วนโรงพยาบาลเอกชนใช้เม็ดโลหิตแดงเข้มข้น, โลหิตครบส่วนและพลาสมาสดแช่แข็ง (Fresh frozenplasma) คิดเป็นร้อยละ 35.26, 25.30 และ 23.56 ตามลำดับอัตราการรับการถ่ายโลหิตมากที่สุดในโรงพยาบาลรัฐคือเม็ดโลหิตแดงอัดแน่น(ร้อยละ 96.45) ส่วนโรงพยาบาลเอกชนเป็นไครโอปรีซิปิเตท(ร้อยละ 97.61) อัตราการจำหน่ายทิ้งเกร็ดโลหิตเข้มข้นในโรงพยาบาลรัฐมีถึงร้อยละ 6.20 ในขณะที่โรงพยาบาลเอกชนจำหน่ายทิ้งโลหิตครบส่วนร้อยละ 13.81 อัตราการเก็บรักษาโลหิตประเภทพลาสมาสดแช่แข็งในโรงพยาบาลรัฐในระยะ 2 เดือนเป็นจำนวน 567 หน่วย (คิดเป็นร้อยละ 17.36 จากที่มีใช้) ในขณะที่โรงพยาบาลเอกชนมี 746 หน่วย(คิดเป็นร้อยละ 33.54 จากที่มีใช้) จากการศึกษา พบว่าโรงพยาบาลรัฐและเอกชนมีความแตกต่างกันในเรื่องปริมาณการจัดหา, การรับการถ่าย, การจำหน่ายทิ้งและเหลือเก็บอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(P<0.05) และพบว่าโลหิตและส่วนประกอบของโลหิตที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทยแจกจ่ายให้โรงพยาบาลต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานครยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ ทั้งนี้อาจเป็นผลจากระบบบริหารการใช้โลหิตของโรงพยาบาลต่างๆ ในกรุงเทพมหานครทั้งของรัฐและเอกชนยังไม่ไดีพอ ควรนำข้อมูลจากการศึกษาครั้งนี้ไปพัฒนาให้มีการใช้อย่างเหมาะสมทั้งประสิทธิภาพ, คุณภาพและความปลอดภัย

บรรณานุกรม :
ชัชวาล ประภาวิทย์ . (2539). ระบบบริหารการใช้โลหิตและส่วนประกอบของโลหิตของโรงพยาบาลรัฐและเอกชนในกรุงเทพมหานคร.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชัชวาล ประภาวิทย์ . 2539. "ระบบบริหารการใช้โลหิตและส่วนประกอบของโลหิตของโรงพยาบาลรัฐและเอกชนในกรุงเทพมหานคร".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชัชวาล ประภาวิทย์ . "ระบบบริหารการใช้โลหิตและส่วนประกอบของโลหิตของโรงพยาบาลรัฐและเอกชนในกรุงเทพมหานคร."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
ชัชวาล ประภาวิทย์ . ระบบบริหารการใช้โลหิตและส่วนประกอบของโลหิตของโรงพยาบาลรัฐและเอกชนในกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.