| ชื่อเรื่อง | : | รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของตัวแปรกลวิธีการเรียน และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 กรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | พิทักษ์ นิลนพคุณ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2538 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082538000002 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์เส้นทางความสัมพันธ์ของตัวแปรกลวิธีการเรียน และ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 2) สร้างรูปแบบความสัมพันธ์ของตัวแปรกลวิธีการเรียนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่มีนัยสำคัญ และ 3) นำเสนอกิจกรรมการเรียนการสอนกลวิธีการเรียนสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกวิเคราะห์และสร้างรูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของตัวแปรกลวิธีการเรียนที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย แบบสำรวจกลวิธีการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ กลุ่มตัวอย่างประชากรเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 363 คน ได้มาด้วยวิธีการสุ่มแบบการแบ่งชั่น การวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีการวิเคราะห์เส้นทาง (Path Analysis) ขั้นตอนที่สอง พัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนกลวิธีการเรียนที่ส่งผลกระทบรวมในระดับสูงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรยนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 แล้วนำไปให้ผุ้ทรงคุณวุฒิ และครูภาษาอังกฤษประเมินในกรสัมมนา ปรับปรุง แล้วนำไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 20 คน แล้วนำผลการทดลองมาวิเคราะห์ ด้วยการทดสอบค่าที่ (t-test) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวแปรกลวิธีการเรียนที่มีผลทั้งทางตรงและ ทางอ้อมสูงสุดต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษประกอบด้วยกลวิธีการประเมินตนเอง การฝึกปฏิบัติ การเชื่อมโยงความคิด จินตนาการและเสียง และการใช้ท่าทาง การจัดทำโครงสร้างเพื่อการเรียนรู้ การทบทวน และการดูแลอารมณ์และลดความกังวลตามลำดับ กลวิธีการเรียนที่ส่งผลบต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทางตรงอย่างเดียวสูงสุด คือ การรับและส่งสาร กลวิธีกรเรียนที่ส่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทางอ้อมอย่างเดียวสูงสุด คือ การมุ่งความสนใจสู่การเรียน รองลงมาคือ การร่วมมือกับอื่น การให้กำลังใจตนเอง การเดาโดยใช้ปัญญา การถาม และการจัดระเบียนและวางแผนการเรียนตามลำดับ สำหรับตัวแปรการเชื่อมโยงความคิดจินตนาการและเสียง และการใช้ท่าทาง และการทบทวน ส่งผลในทางลบต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 2. กิจกรรมการเรียนการสอนกลวิธีการเรียนที่พัฒนาจากกลวิธีการเรียนที่มี ผลกระทบรวมมากที่สุด 4 ตัวแปร ซึ่งได้แก่ การประเมินตนเอง การฝึกปฏิบัติ การจัดทำโครงสร้างเพThอการเรียนรู้ และการมุ่งความสนใจสู่การเรียนได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิว่าอยู่ในเกณฑ์ดี และเมื่อนำไปทดลองใช้ พบว่า ผลการสอนกลวิธีการเรียนคะแนนหลังการสอนของนักเรียนสูงกว่าคะแนนก่อนการสอนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และผลการสำรวจเจตคติเกี่ยวกับกลวิธีการเรียน คะแนน เจตคติหลังการสอนของนักเรียนสูงกว่าก่อนการสอนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 |
| บรรณานุกรม | : |
พิทักษ์ นิลนพคุณ . (2538). รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของตัวแปรกลวิธีการเรียน และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 กรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พิทักษ์ นิลนพคุณ . 2538. "รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของตัวแปรกลวิธีการเรียน และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 กรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พิทักษ์ นิลนพคุณ . "รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของตัวแปรกลวิธีการเรียน และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 กรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print. พิทักษ์ นิลนพคุณ . รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของตัวแปรกลวิธีการเรียน และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.
|
