| ชื่อเรื่อง | : | ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในน้ำและตะกอนบริเวณชายฝั่งทะเล จังหวัดระยอง |
| นักวิจัย | : | กฤตยาพร ทัพภะทัต |
| คำค้น | : | PETROLEUM HYDROCARBONS , SEDIMENT , CONTAMINATION , COASTAL ZONE , RAYONG PROVINCE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2537 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082537000901 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ทำการเก็บตัวอย่างน้ำทะเลและตะกอนผิวหน้า จำนวน 27 สถานีจากบริเวณชายฝั่งทะเล จังหวัดระยอง ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงธันวาคม2537 วิเคราะห์หาชนิดและปริมาณปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในน้ำทะเลโดยวิธีฟลูออเรสเซนต์สเปกโตสโคบี และวิเคราะห์ชนิดและปริมาณไฮโดรคาร์บอนในตะกอนผิวหน้าโดยวิธีแกสโครมาโตกราฟฟี่ พบว่าปริมาณปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในน้ำทะเลมีค่าอยู่ในช่วง 0.05-11.84 ไมโครกรัมต่อ ลิตร เทียบกับสารมาตรฐานไครซิน ค่าเฉลี่ยในบริเวณอุตสาหกรรม ชุมชนและเพาะเลี้ยงคิดเป็น 1.94, 1.12 และ 1.09 ไมโครกรัมต่อลิตร ตามลำ ดับ ค่าเฉลี่ยบริเวณชายฝั่ง ห่างฝั่ง 5 กม. และห่างฝั่ง 10 กม. คิดเป็น2.85, 0.67 และ 0.63 ไมโครกรัมต่อลิตร ตามลำดับ จากรูปแบบของฟลู ออเรสเซนต์สเปกตรัมของตัวอย่างน้ำทะเล ส่วนใหญ่พบว่าเป็นการปนเปื้อนจากน้ำมันดีเซล ปริมาณนอร์มัลอัลเคนรวมในตะกอนผิวหน้ามีค่า 0.11-14.37 ไมโครกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งค่าเฉลี่ย 2.52 ไมโครกรัมต่อกรัม ปริมารนอร์มัล อัลเคนรวมตามบริเวณการใช้พื้นที่ พบว่าบริเวณอุตสาหกรรมมีค่าสูงสุด ตามมาด้วยบริเวณชุมชนและเพาะเลี้ยง ปริมาณเฉลี่ยตามระยะทางที่ห่างฝั่ง พบว่า บริเวณชายฝั่งมีค่าสูงสุด และลดลงเป็นลำดับตามระยะทางที่ห่างฝั่งออกไปปริมาณ PAHs รวมอยู่ในช่วง trace-1.66 ไมโครกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้ง โดยมีค่าเฉลี่ย 0.28 ไมโครกรัมต่อกรัม ปริมาณเฉลี่ยรวมตามการใช้พื้นที่มีปริมาณสูงสุดในบริเวณชุมชน ตามมาด้วยบริเวณอุตสาหกรรมและเพาะเลี้ยงปริมาณ PAHs เฉลี่ยตามระยะทางค่าสูงสุดอยู่ในบริเวณชายฝั่ง และลดลง ตามระยะทางที่ห่างฝั่งตามลำดับ ปริมาณปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในน้ำและปริมาณไฮโดรคาร์บอนใน ตะกอนผิวหน้าตามการใช้พื้นที่พบว่าไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้ง 3 บริเวณ ส่วนตามระยะทางบริเวณชายฝั่งแตกต่างจากบริเวณห่างฝั่งทั้ง 5 กม. และ 10 กม. อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่น 95% แหล่งที่มาของสารไฮโดรคาร์บอนในตะกอนผิวหน้าบริเวณชายฝั่ง โดยเฉพาะบริเวณอุตสาหกรรมและชุมชน พบว่ามีแหล่งกำเนิดจากการปนเปื้อนของน้ำมันที่ใช้ในเครื่องจักรเครื่องยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรม และเรือต่าง ๆ รวมทั้งน้ำมันเครื่องเก่าที่ผ่านการเผาไหม้มาแล้ว แนวห่างฝั่ง 5 กม. พบว่าได้รับอิทธิพลการปนเปื้อนจากน้ำมันแผ่มาถึงเช่นกัน รวมทั้งมีแหล่งที่มาจากระบวนการสังเคราะห์ทางชีวภาพทั้งจากไฟโตแพลงตอนและพืช ชั้นสูงด้วย แนวห่างฝั่ง 10 กม. ส่วนใหญ่ของสารไฮโดรคาร์บอนที่พบมีแหล่งกำเนิดจากการสังเคราะห์ตามธรรมชาติ พบไฮโดรคาร์บอนจากการปน เปื้อนของน้ำมันไม่มากนัก นอกจากนี้ได้ศึกษาการกระจายของไฮโดรคาร์บอนตามความลึก เปรียบเทียบกับอายุของชั้นตะกอนจำนวน 4 สถานี พบว่าบริเวณสถานีที่ห่างฝั่งประมาณ 1 กม. ตะกอนดินมีการปนเปื้อนของสารไฮโดรคาร์บอนจากการเผา ไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงมาเป็นเวลานานกว่าสถานีที่อยู่ห่างฝั่งมากกว่า 20 กม. ซึ่งพบสาร PAHs เฉพาะในตะกอนชั้นบน ๆ เท่านั้น ในตะกอนชั้น ล่างพบว่าเป็นไฮโดรคาร์บอนที่มาจากการสังเคราะห์ธรรมชาติโดยมี กิจกรรมของแบคทีเรียเป็นส่วนใหญ่ |
| บรรณานุกรม | : |
กฤตยาพร ทัพภะทัต . (2537). ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในน้ำและตะกอนบริเวณชายฝั่งทะเล จังหวัดระยอง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กฤตยาพร ทัพภะทัต . 2537. "ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในน้ำและตะกอนบริเวณชายฝั่งทะเล จังหวัดระยอง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กฤตยาพร ทัพภะทัต . "ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในน้ำและตะกอนบริเวณชายฝั่งทะเล จังหวัดระยอง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print. กฤตยาพร ทัพภะทัต . ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในน้ำและตะกอนบริเวณชายฝั่งทะเล จังหวัดระยอง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.
|
