ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ฤทธิ์ต้านการชักของ เอ็น-(2-โพรพิลเพนทาโนอิล) ยูเรีย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ฤทธิ์ต้านการชักของ เอ็น-(2-โพรพิลเพนทาโนอิล) ยูเรีย
นักวิจัย : ธงชัย สุขเศวต
คำค้น : N-(2-PROPYLPENTANOYL)UREA , VALPROATE , ANTICONVULSANT , MICRODIALYSIS , GABA
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2537
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082537000822
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้มุ่งจะศึกษาฤทธิ์ต้านการชัก พิษต่อระบบประสาท และการตายอันเกิดจาก สารเอ็น-(2-โพรเพิลเพนทาโนอิล) ยูเรีย ซึ่งเป็นสารอนุพันธุ์ตัวใหม่ของกรดวาลโปรอิก โดยทำการศึกษาเปรียบเทียบกับกรดวาลโปรอิกในหนูถีบจักรและหนูขาว ร่วมกับการใช้วิธีไมโครไดอะลัยซีสศึกษาผลของสารดังกล่าวต่อสารสื่อประสาทชนิดกรดอะมิโนในเปลือกสมองใหญ่ของหนูขาว กรดวาลโปรอิกและเอ็น-(2-โพรพิลเพนทาโนอิล) ยูเรีย ซึ่งให้โดยการฉีดเข้าทางช่องท้อง มีผลต้านการชักที่คล้ายคลึงกัน กล่าวคือ สามารถต้านการชักที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดขึ้นโดยกระแสไฟฟ้า หรือ การฉีดเพนทิ ลีนเตตราซอลหรือสารไบคุคูลลิน แต่ไม่สามารถต้านการชักที่เกิดจากการให้สารสตริกนิน เมื่อเปรียบเทียบกัน สารเอ็น-(2-โพรพิลเพนทาโนอิล) ยูเรีย มีความแรงในการต้านการชักจากสารไบคุคูลลินได้เท่ากันกับกรดวาลโปรอิก แต่จะมีฤทธิ์แรงกว่าในการต้านการชักซึ่งถูกเหนี่ยวนำให้เกิดขึ้นโดยกระแสไฟ ฟ้าหรือสารเพนทิลีนเตตราชอล ขนาดของสารที่มีฤทธิ์ต้านการชักได้ครึ่งหนึ่งใน สัตว์ทดลอง ซึ่งถูกเหนี่ยวนำให้เกิดการชักโดยกระแสไฟฟ้า หรือสารเพนทิลีน เตตราชอล หรือสารไบคุคูลลิน ของสารเอ็น-(2-โพรพิลเพนทาโนอิล) ยูเรีย คือ 66, 57, และ 331 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ตามลำดับ ในขณะที่ขนาดที่ ต้องใช้สำหรับกรดวาลโปรอิก คือ 242, 95 และ 393 มิลลิกรัม/กิโลกรัมตามลำดับ สำหรับขนาดที่ทำให้สัตว์ทดลองตายครึ่งหนึ่งของสารเอ็น-(2- โพรพิลเพนทาโนอิล) ยูเรีย ก็สูงกว่ากรดวาลโปรอิกเช่นเดียวกัน คือ 1553 ต่อ 838 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ตามลำดับ สารทั้งสอบไม่มีผลที่เด่นชัดต่อการ เคลื่อนไหวของหนูถีบจักร แต่มีผลเพิ่มเวลาในการนอนหลับของหนูถีบจักรที่ได้ รับยาเพนโตบาบิทาล จากข้อมูลที่ได้แสดงว่า สารเอ็น-(2-โพรพิลเพนทาโน อิล) ยูเรีย น่าจะมีขอบเขตความปลอดภัยสูงกว่า แต่มีผลข้างเคียงที่ไม่ต้อง การน้อยกว่ากรดวาลโปรอิก ในการศึกษาระดับกรดอะมิโนในเปลือกสมองใหญ่โดยวิธีไมโครไดอะลัยซีส พบว่ากรดวาลโปรอิกมีผลเฉพาะเจาะจงลดระดับของสารแอสปาเตตเท่านั้น ในขณะที่สารเอ็น-(2-โพรพิลเพนทาโนอิล) ยูเรีย จะลดระดับทั้งกรดอะมิโนที่มีฤทธิ์กระตุ้น (แปสปาเตตและกลูตาเมต) และยับยั้ง (ไกลซีนและกรดแกมมาอะมิโนบิวไทลิก) ระบบประสาท โดยมีผลลดกลูตาเมตได้มากที่สุด ในขณะที่มีผลลดไกลซีนได้น้อยที่สุด ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่จะส่ง ผลให้สารนี้สามารถออกฤทธิ์ต้านการชักได้ อนึ่ง การเสริมฤทธิ์กันกับยาสลบที่ ใช้ คือ เพนโตบาบิทาล อาจเป็นเหตุให้สารเอ็น-(2-โพรพิลเพนทาโนอิล) ยูเรีย ออกฤทธิ์กดระบบประสาทอย่างไม่เฉพาะเจาะจงได้ ทั้งนี้จะต้องทำการศึกษาต่อไป ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าสารเอ็น-(2-โพรพิลเพนทาโนอิล) ยูเรีย เป็นสารหนึ่งที่อาจพัฒนาเป็นยาต้านชักที่มีขอบเขตในการต้านชักกว้างขวาง มีขอบเขตความปลอดภัยสูงและมีอาการข้างเคียงต่ำ จึงควรที่จะ มีการศึกษาถึงกลไกการออกฤทธิ์ที่แน่ชัด ตลอดจนฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาและพิษวิทยาอื่น ๆ ของสารตัวนี้ต่อไปโดยละเอียด

บรรณานุกรม :
ธงชัย สุขเศวต . (2537). ฤทธิ์ต้านการชักของ เอ็น-(2-โพรพิลเพนทาโนอิล) ยูเรีย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ธงชัย สุขเศวต . 2537. "ฤทธิ์ต้านการชักของ เอ็น-(2-โพรพิลเพนทาโนอิล) ยูเรีย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ธงชัย สุขเศวต . "ฤทธิ์ต้านการชักของ เอ็น-(2-โพรพิลเพนทาโนอิล) ยูเรีย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print.
ธงชัย สุขเศวต . ฤทธิ์ต้านการชักของ เอ็น-(2-โพรพิลเพนทาโนอิล) ยูเรีย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.