| ชื่อเรื่อง | : | ผลของการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่มตามแนวคิดพิจารณาความเป็นจริงต่อการเพิ่มระดับการควบคุมตนเองและการลดการติดยาเสพย์ติดซ้ำ ของผู้ติดยาเสพย์ติดที่เข้ารับการรักษาในระยะถอนพิษยา |
| นักวิจัย | : | จงรัก อินทร์เสวก |
| คำค้น | : | GROUP REALITY THERAPY , SELF-CONTROL , DRUG ADDICTION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082539000930 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่มตามแนวคิดพิจารณาความเป็นจริงต่อการเพิ่มระดับการควบคุมตนเอง และการลดการติดยาเสพย์ติดซ้ำของผู้ติดยาเสพย์ติดที่เข้ารับการรักษาในระยะถอนพิษยาโดยมีสมมติฐานการวิจัย คือ (1) หลังการทดลองผู้ติดยาเสพย์ติดที่ได้รับการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่มตามแนวคิดพิจารณาความเป็นจริงจะมีระดับการควบคุมตนเองสูงกว่าก่อนการเข้ารับการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่ม (2) หลังการทดลอง ผู้ติดยาเสพย์ติดที่ได้รับการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่มตามแนวคิดพิจารณาความเป็นจริงจะมีระดับการควบคุมตนเองสูงกว่าผู้ติดยาเสพย์ติดที่ไม่ได้รับการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่ม (3) ในระยะติดตามผลผู้ติดยาเสพย์ติดที่ได้รับการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่มตามแนวคิดพิจารณาความเป็นจริงจะมีจำนวนการติดยาเสพย์ติดซ้ำน้อยกว่าผู้ติดยาเสพย์ติดที่ไม่ได้รับการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่มการวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองแบบมีกลุ่มควบคุมทดสอบก่อนและหลังการทดลอง (Pretest-Posttest Control GroupDesign) กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ติดยาเสพย์ติดที่เข้ารับการรักษาในระยะถอนพิษยาของโรงพยาบาลธัญญารักษ์ จำนวน 20 คนคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง โดยพิจารณาผู้ที่มีค่าคะแนนความเชื่อในการควบคุมตนเองต่ำกว่า -1SD และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์กลุ่มตัวอย่างแยกเป็นกลุ่มทดลอง 10 คน กลุ่มควบคุม 10 คนโดยการสุ่มอย่างง่าย กลุ่มทดลองได้เข้าร่วมโปรแกรมการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่มตามแนวคิดพิจารณาความเป็นจริงทั้งหมด 10 ครั้ง ครั้งละประมาณ 2 ชั่วโมง 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ รวมทั้งสิ้นประมาณ 20 ชั่วโมง โดยผู้วิจัยเป็นผู้นำกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบวัดความเชื่อในการควบคุมตนเอง ซึ่งผู้วิจัยพัฒนาจากแบบวัดการควบคุมตนเอง(The Self-Control Schedule) ของโรเซนบัม และเครื่องมือตรวจหาสารเสพย์ติดในปัสสาวะ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยของคะแนนความเชื่อในการควบคุมตนเองด้วยวิธีการทดสอบค่าที และประเมินผลการเสพย์ติดซ้ำด้วยวิธีการหาค่าไคสแควร์ ผลการวิจัยพบว่า 1. หลังการทดลองผู้ติดยาเสพย์ติดที่ได้รับการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่มตามแนวคิดพิจารณาความเป็นจริงมีระดับการควบคุมตนเองสูงกว่าก่อนได้รับการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2. หลังการทดลองผู้ติดยาเสพย์ติดที่ได้รับการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่มตามแนวคิดพิจารณาความเป็นจริงมีระดับการควบคุมตนเองสูงกว่าผู้ติดยาเสพย์ติดที่ไม่ได้รับการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3. ในระยะติดตามผลผู้ติดยาเสพย์ติดที่ได้รับการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่มตามแนวคิดพิจารณาความเป็นจริงมีจำนวนการติดยาเสพย์ติดซ้ำน้อยกว่าผู้ติดยาเสพย์ติดที่ไม่ได้รับการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 |
| บรรณานุกรม | : |
จงรัก อินทร์เสวก . (2539). ผลของการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่มตามแนวคิดพิจารณาความเป็นจริงต่อการเพิ่มระดับการควบคุมตนเองและการลดการติดยาเสพย์ติดซ้ำ ของผู้ติดยาเสพย์ติดที่เข้ารับการรักษาในระยะถอนพิษยา.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จงรัก อินทร์เสวก . 2539. "ผลของการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่มตามแนวคิดพิจารณาความเป็นจริงต่อการเพิ่มระดับการควบคุมตนเองและการลดการติดยาเสพย์ติดซ้ำ ของผู้ติดยาเสพย์ติดที่เข้ารับการรักษาในระยะถอนพิษยา".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จงรัก อินทร์เสวก . "ผลของการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่มตามแนวคิดพิจารณาความเป็นจริงต่อการเพิ่มระดับการควบคุมตนเองและการลดการติดยาเสพย์ติดซ้ำ ของผู้ติดยาเสพย์ติดที่เข้ารับการรักษาในระยะถอนพิษยา."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. จงรัก อินทร์เสวก . ผลของการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่มตามแนวคิดพิจารณาความเป็นจริงต่อการเพิ่มระดับการควบคุมตนเองและการลดการติดยาเสพย์ติดซ้ำ ของผู้ติดยาเสพย์ติดที่เข้ารับการรักษาในระยะถอนพิษยา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
