ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการออกแบบใช้แสงธรรมชาติในโรงงานอุตสาหกรรม

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการออกแบบใช้แสงธรรมชาติในโรงงานอุตสาหกรรม
นักวิจัย : มานะ หุตินทะ
คำค้น : DAYLIGHT , DAYLIGHT SIMULATION , FACTORY
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2537
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082537000006
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อหาแนวทางการนำเอาประโยชน์จาก แสงธรรมชาติมาใช้ในโรงงานอย่างมีคุณภาพ คือ ได้รับปริมาณความส่องสว่างที่พอเหมาะกับการปฏิบัติงานและมีความร้อนที่ปนมาพร้อมแสงน้อยที่สุดโดยศึกษาในขั้น รายละเอียดของขนาดช่องเปิด (ขนาดของพื้นที่ช่องเปิดต่อพื้นที่ทำงานเป็นเปอร์เซ็นต์) ที่เหมาะสมและรูปแบบหลังคาที่สามารถกระจายแสงธรรมชาติได้อย่างมีประ สิทธิภาพสำหรับนำมาใช้ออกแบบ ขบวนการวิจัยอาศัยการจำลองสภาพโรงงานแบ่งเป็น 2 วิธี วิธีแรก คือการคำนวณโดยคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาขนาดช่องเปิดที่สามารถรับปริมาณ แสงธรรมชาติได้อย่างมีคุณภาพ โดยนำข้อมูลพลังงานแสงอาทิตย์รายชั่วโมงตลอดปี(กรมอุตุนิยมวิทยา ปี 2536) มาแปลงค่าเป็นแสงธรรมชาติทางด้านทิศเหนือแยกตามปริมาณเมฆบนท้องฟ้า 3 ประเภท คือ ท้องฟ้าโปร่ง ท้องฟ้ามีเมฆและท้องฟ้า มืด ตั้งแต่ช่วงเวลา 8.00-17.00 น. นำข้อมูลที่ได้ไปคำนวณสร้างแผ่นภูมิแสดงปริมาณความส่องสว่างและปริมาณความร้อนช่องเปิด 4 ขนาด คือ ขนาด 5.0 เปอร์เซ็นต์, 150 เปอร์เซ็นต์และ 20.0 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทำงาน จากนั้นนำค่า ที่คำนวณได้ไปสร้างแผนภูมิแสดงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับภาระการทำความเย็นจากแสงประดิษฐ์และแสงธรรมชาติ วิธีหลัง คือ การทดสอบจากหุ่นจำลองแสงธรรมชาติเพื่อศึกษารูปแบบหลังคาที่สามารถกระจายได้อย่างมีคุณภาพโดยสร้างหุ่นจำลอง แสงธรรมชาติที่มีขนาดเท่ากัน 4 กล่องซึ่งมีลักษณะของหลังคาเป็นแบบฟันเลื่อยแต่มีรูปแบบต่างกัน 4 แบบ คือ แบบเหลี่ยมตรง แบบโค้งขึ้น แบบโค้งลง และ แบบเหลี่ยมหักมุม โดยแต่ละหุ่นจำลองมีช่องเปิด 4 ขนาดเช่นกัน คือ ขนาด 5.0 เปอร์ เซ็นต์ 10.0 เปอร์เซ็นต์ 15.0 เปอร์เซ็นต์และ 20.0 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ทำงาน โดยนำข้อมูลที่ได้ไปสร้างแผนภูมิแสดงปริมารความส่องสว่างและวิเคราะห์หาปริมาณความร้อนที่ถ่ายเทเข้ามาทางช่องเปิดรวมทั้งค่าเฉลี่ยของ Daylight Factor ผลการทดสอบวิธีแรก สามารถพิจารณาจากจุดตัดของแผนภูมิแสดงค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับภาระการทำความเย็นจากแสงประดิษฐ์และแสงธรรมชาติ โดยพบว่าช่องเปิด ขนาด 7.50 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทำงาน มีความเหมาะสมที่สุดสำหรับการวิจัยครั้งนี้ เพราะได้รับปริมาณแสงธรรมชาติที่พอเหมาะและภาระการทำความเย็นอันเนื่องมา จากแสงประดิษฐ์และแสงธรรมชาติน้อย ส่วนผลการทดสอบวิธีหลัง สามารถพิจารณา จากแผนภูมิแสดงค่าเฉลี่ยของ Daylight Distribution Contour และDaylight Factor ในช่วงเวลาเช้าและเย็นจากหลังคาฟันเลื่อยทั้ง 4 รูปแบบ โดยพบว่าหลังคาฟันเลื่อยรูปแบบเหลี่ยมหักมุม มีค่าเฉลี่ยของ DaylightDistribution Contour และ Daylight Factor สูงสุดในช่วงเวลาดัง กล่าวของการวิจัยครั้งนี้ รองลงไปคือ หลังคาฟันเลื่อยรูปแบบเหลี่ยมตรง หลังคาฟัน เลื่อยรูปแบบโค้งขึ้นและหลังคาฟันเลื่อยรูปโค้งลงตามลำดับ ผลสรุปของการศึกษานี้สามารถนำไปประยุกต์สำหรับเป็นแนวทางการออกแบบโดยใช้แสงธรรมชาติในโรง งานอุตสาหกรรม

บรรณานุกรม :
มานะ หุตินทะ . (2537). แนวทางการออกแบบใช้แสงธรรมชาติในโรงงานอุตสาหกรรม.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มานะ หุตินทะ . 2537. "แนวทางการออกแบบใช้แสงธรรมชาติในโรงงานอุตสาหกรรม".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มานะ หุตินทะ . "แนวทางการออกแบบใช้แสงธรรมชาติในโรงงานอุตสาหกรรม."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print.
มานะ หุตินทะ . แนวทางการออกแบบใช้แสงธรรมชาติในโรงงานอุตสาหกรรม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.