ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเคลื่อนที่ของตะกอนและปัญหาการเดินเรือในแม่น้ำน่านตอนล่าง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเคลื่อนที่ของตะกอนและปัญหาการเดินเรือในแม่น้ำน่านตอนล่าง
นักวิจัย : ไพฑูรย์ กิติสุนทร
คำค้น : SEDIMENT TRANSPORT , NAVIGATION , LOWER NAN RIVER , HEC-6
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2536
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082536000779
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายหลัก 2 ประการ คือศึกษาชลศาสตร์การเคลื่อนที่ของตะกอน ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของลำน้ำ ในแม่น้ำน่านตอนล่างระหว่างตะพานหิน (กม.478) ถึงปากน้ำโพ (กม.379) และศึกษาปัญหาทางชลศาสตร์ เกี่ยวกับการเดินเรือในแม่น้ำน่านตอนล่างในปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการตื้นเขินของร่องเดินเรือในระหว่าง มิ.ย. ถึงธ.ค.2535 โดยมีการสำรวจการเคลื่อนที่ของตะกอน และสภาพทางชลศาสตร์ลำน้ำ รวมทั้งการวิเคราะห์โดยแบบจำลอง HEC-6 ผลการศึกษาและสำรวจด้านชลศาสตร์พบว่า แม่น้ำน่านตอนล่างมีลักษณะเป็นแม่น้ำตะกอนทราย ความลาดชันท้องน้ำประมาณ 1:13,000 ความกว้างแม่น้ำประมาณ 120-300 ม. ความยาวช่วงลำน้ำที่ศึกษา 99.8 กม. มีโค้งน้ำมากถึง 195 โค้งน้ำ วัสดุท้องน้ำเป็นทรายขนาดกลางตลอดช่วงลำน้ำมีขนาด0.20-0.48 มม. ซึ่งมีศักยภาพการพัดพาตะกอนท้องน้ำต่ำ ภายหลังมีเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนนเรศวรมีอัตราการไหลเฉลี่ยรายวัน 50-1,000 ม ('3)/วินาทีที่ อ.ตะพานหิน และ สปส. Manning n ประมาณ 0.018-0.0325 ปริมาณตะกอนแขวนลอยมีความสัมพันธ์ดีกับ ความเร็วเฉลี่ยและอัตราการไหล ส่วนปริมาณตะกอนท้องน้ำขึ้นอยู่กับความลาดพลังงานการไหล สภาพการเปลี่ยนแปลงลำน้ำพบว่ามีการตกตะกอนตื้นเขินท้องน้ำบริเวณท้ายน้ำของโค้งลำน้ำและโครงสร้างรอตลอดช่วงลำน้ำเป็นส่วนใหญ่ และมีการกัดเซาะตลิ่งฝั่งนอกโค้งน้ำ และฝั่งตรงข้ามโครงสร้างรอ ซึ่งการพังทลายตลิ่งมีสาเหตุหลักจาก กระแสน้ำเซาะฐานตลิ่งและแรงดันน้ำใต้ดิน การศึกษาโดยแบบจำลอง HEC-6 ได้เลือกสูตร Meyer-Peter andMuller ในการคำนวณปริมาณตะกอนท้องน้ำ และใช้ข้อมูลอัตราการไหลรายวันเฉลี่ยระหว่างปี 2529-35 จำลองสภาพการเปลี่ยนแปลงลำน้ำในระยะยาว30 ปี สำหรับสภาพลำน้ำ 3 กรณี คือ สภาพลำน้ำตามสภาพธรรมชาติ สภาพลำน้ำภายหลังโครงการปรังปรุงร่องน้ำในปี 2529-31 และสภาพลำน้ำสมมุติว่ามีโครงสร้างควบคุมระดับน้ำที่ปากน้ำโพ สรุปได้ว่าสภาพลำน้ำหลังมีโครงการปรับปรุงร่องน้ำ มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างสูงกว่าสภาพธรรมชาติและหามีโครงสร้างควบคุมระดับน้ำที่ปากน้ำโพ จะมีการเปลี่ยนแปลงสภาพลำน้ำน้อยลงตลอดจนสามารถเดินเรือได้ตลอดทั้งปี การศึกษาปัญหาการเดินเรือในแม่น้ำน่านตอนล่างพบว่า ปัญหาหลักคือการตื้นเขินเฉพาะจุดบริเวณท้ายน้ำของโค้งน้ำ และ โครงสร้างรอ รวมทั้งที่ระดับน้ำลงต่ำสุดที่คาดหวังของกรมเจ้าท่า ต้องมีอัตราการไหล 90 ม('3)/วินาที ซึ่งจะมีจำนวนวันที่มีอัตราการไหลต่ำกว่าประมาณ 48 วัน/ปี โดยเฉลี่ย

บรรณานุกรม :
ไพฑูรย์ กิติสุนทร . (2536). การเคลื่อนที่ของตะกอนและปัญหาการเดินเรือในแม่น้ำน่านตอนล่าง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ไพฑูรย์ กิติสุนทร . 2536. "การเคลื่อนที่ของตะกอนและปัญหาการเดินเรือในแม่น้ำน่านตอนล่าง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ไพฑูรย์ กิติสุนทร . "การเคลื่อนที่ของตะกอนและปัญหาการเดินเรือในแม่น้ำน่านตอนล่าง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print.
ไพฑูรย์ กิติสุนทร . การเคลื่อนที่ของตะกอนและปัญหาการเดินเรือในแม่น้ำน่านตอนล่าง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.