ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของแคปโตพริลและอีนาลาพริลต่อเภสัชจลนศาสตร์ของดิจ๊อกซินในผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวชาวไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของแคปโตพริลและอีนาลาพริลต่อเภสัชจลนศาสตร์ของดิจ๊อกซินในผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวชาวไทย
นักวิจัย : สมฤทัย ระติสุนทร
คำค้น : DIGOXIN , PHARMACOKINETICS , CAPTOPRIL , ENALAPRIL
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2536
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082536000665
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

เนื่องจากพบการใช้ยาดิจ๊อกซินร่วมกับ ACE inhibitor ได้บ่อย จึงทำการศึกษาถึงผลกระทบของยาแคปโตพริล และอีนาลาพริลที่มีต่อเภสัชจลนศาสตร์ของดิจ๊อกซินในผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวชาวไทย โดยแบ่งผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลราชวิถีด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวแบบเลือดคั่ง (NYHAclass 2 และ 3) จำนวน 27 รายออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ได้รับดิจ๊อกซินในขนาดคงที่วันละ 1 ครั้ง, กลุ่มที่ 2 ได้รับดิจ๊อกซินร่วมกับอีนาลาพริลในขนาด 2.5-10 มิลลิกรัมต่อวัน, และกลุ่มที่ 3 ได้รับดิจ๊อกซินร่วมกับแคปโตพริลในขนาด 25-50 มิลลิกรัมต่อวัน ระดับยาดิจ๊อกซินในเลือดจะถูกวัดที่เวลาต่างๆ ได้แก่ 0, 0.5, 1, 2, 3, 4, 8, 12 และ 24 ชั่วโมงหลังได้รับยาและถูกนำไปคำนวณหาค่าพารามิเตอร์ต่างๆ ทางเภสัชจลนศาสตร์โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นส่วนใหญ่ ไม่พบว่ามีปฏิกิริยาระหว่างยาที่มีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างแคปโตพริลหรืออีลาพริลกับเภสัชจลนศาสตร์ของดิจ๊อกซิน ค่าเฉลี่ยของอัตราคงที่ของการขจัดดิจ๊อกซิน, อัตราคงที่ของการกระจายตัวของดิจ๊อกซินและอัตราการคงที่ของการดูดซึมดิจ๊อกซินเท่ากับ 0.01 (+,-) 0.02, 0.50 (+,-)0.28, และ 1.73 (+,-) 2.43 ต่อชั่วโมงตามลำดับ ค่าสัมประสิทธิ์ของสหสัมพันธ์ระหว่าง creatinine clearance และ digoxinclearance เท่ากับ -0.29 ผู้ป่วยจำนวน 8 ราย (ร้อยละ 29.63) มีระดับยาในเลือดอยู่ในช่วงที่ให้ผลในการรักษา (0.8-2.0 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร) ขณะที่ผู้ป่วยจำนวน 17 ราย (ร้อยละ 62.96) มีระดับยาในเลือดอยู่ในช่วง 0.5-2.5 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร ระดับยาในเลือดที่เจาะที่เวลาต่างๆกันได้ถูกนำมาทำนายระดับยาต่ำสุดในเลือด เปรียบเทียบกับระดับยาต่ำสุดที่วัดได้จริง พบว่าระดับยาที่คำนวณได้โดยใช้ระดับยาดิจ๊อกซินในเลือด 2 ค่าคือค่าจากชั่วโมงที่ 8 และ 12 แตกต่างจากระดับยาที่วัดได้จริงน้อยที่สุด(p=0.68) ถ้าใช้ข้อมูลระดับยาในเลือดเพียงค่าเดียวในการทำนาย ข้อมูลชั่วโมงที่ 8 จะใช้ได้แม่นยำกว่าข้อมูลชั่วโมงที่ 4 และข้อมูลชั่วโมงที่ 12 ไม่พบความจำเป็นที่จะต้องลดขนาดใช้ของยาดิจ๊อกซินในผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวชาวไทยที่ใช้ยาดิจ๊อกซินร่วมกับแคบโตพริลหรืออีนาลาพริล

บรรณานุกรม :
สมฤทัย ระติสุนทร . (2536). ผลของแคปโตพริลและอีนาลาพริลต่อเภสัชจลนศาสตร์ของดิจ๊อกซินในผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวชาวไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมฤทัย ระติสุนทร . 2536. "ผลของแคปโตพริลและอีนาลาพริลต่อเภสัชจลนศาสตร์ของดิจ๊อกซินในผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวชาวไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมฤทัย ระติสุนทร . "ผลของแคปโตพริลและอีนาลาพริลต่อเภสัชจลนศาสตร์ของดิจ๊อกซินในผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวชาวไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print.
สมฤทัย ระติสุนทร . ผลของแคปโตพริลและอีนาลาพริลต่อเภสัชจลนศาสตร์ของดิจ๊อกซินในผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวชาวไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.