| ชื่อเรื่อง | : | การเปรียบเทียบการเอื้อประโยชน์ในร่างกายของยาเม็ดธีโอฟิลลินชนิดออกฤทธิ์นานที่มีจำหน่ายในประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | ปนิจ สมหอม |
| คำค้น | : | THEOPHYLLINE , SUSTAINED-RELEASE , BIOAVAILABILITY |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2536 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082536000662 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การประเมินยาผลยาเม็ดธีโอฟิลลินชนิดออกฤทธิ์นานจำนวน 4 บริษัทผลการศึกษาในหลอดทดลองพบว่า ยาเม็ดของทุกบริษัท ผ่านเกณฑ์มาตรฐานตาม USP XXII กำหนด และมีค่าอัตราเร็วคงที่ของการละลายจากยาเม็ดในสารละลายเลียนแบบน้ำย่อยในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก มีค่าตั้งแต่0.0017 ถึง 0.019 ต่อนาที ค่าอัตราเร็วคงที่ของการละลายจากยาเม็ดของบริษัท C มีค่าสูงกว่าค่าเดียวกันจากยาเม็ดของบริษัท A, B และ Dอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) การเปรียบเทียบการเอื้อประโยชน์ในร่างกายของยาเม็ดธีโอฟิลลินชนิดออกฤทธิ์นานของทั้ง 4 บริษัทกระทำในอาสาสมัครชาวไทยสุขภาพดีจำนวน 13 คน โดยใช้แบบแผนการทดลองข้ามอาสาสมัครได้รับยาเม็ดชนิดออกฤทธิ์นาน 1 เม็ด วันละ 1 หรือ 2 ครั้งตามที่บริษัทระบุไว้ที่ฉลากติดต่อกัน 1 สัปดาห์ วัดระดับยาในพลาสมาโดยวิธี HPLC แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อหาค่าพารามิเตอร์ทางเภสัชจลนศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่าเวลาที่ความเข้มข้นของยาสูงสุดในพลาสมา และค่าร้อยละของความไม่คงตัวของความเข้มข้นของยาในพลาสมา ของเฉพาะบริษัท D มีความแตกต่างกับค่าชนิดเดียวกันของยาบริษัท A, B และ C อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) แสดงว่ายาเม็ดของบริษัท A, B และ C มีความสมมูลกันในร่างกาย ในขณะที่เม็ดของบริษัท D ให้การเอื้อประโยชน์ในร่างกายน้อยกว่ายาเม็ดของบริษัท A, B และ C การเอื้อประโยชน์สัมพันธ์ในร่างกายของยาเม็ดบริษัท A, C และ D เมื่อเทียบกับยาเม็ดของบริษัท B มีค่าเท่ากับ 98.22, 105.04 และ 93.23 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ การศึกษาความสัมพันธ์เชิงเส้นระหว่างข้อมูลในหลอดทดลองและข้อมูลในร่างกาย พบว่าค่าอัตราเร็วคงที่ของการละลายของยาเม็ดไม่มีความสัมพันธ์กับค่าความเข้มข้นของยาสูงสุดในพลาสมา,เวลาที่ความเข้มข้นของยาสูงสุดในพลาสมา, พื้นที่ใต้เส้นโค้งระหว่างความเข้มข้นของยาในพลาสมากับเวลา และค่าร้อยละของความไม่คงตัวของความเข้มข้นของยาในพลาสมา ซึ่งหมายความว่าไม่สามารถใช้ข้อมูลในหลอดทดลองมาคาดคะเนการเอื้อประโยชน์ในร่างกายของยาเม็ดธีโอฟิลลินชนิดออกฤทธิ์นานได้ จากข้อมูลที่ได้ พบว่าขนาดยาที่ใช้ในการศึกษายังไม่เหมาะสม ซึ่งหลังจากหาตัวแปรเพื่อปรับขนาดยาเพื่อให้ได้ระดับความเข้มข้นของยาในพลาสมาอยู่ในช่วงที่ให้ผลในการรักษา พบว่ายาของบริษัท D ซึ่งมีค่าร้อยละของความไม่คงตัวของความเข้มข้นของยาในพลาสมาสูงเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ มีจำนวนอาสาสมัครที่สามารถปรับระดับความเข้มข้นของยาในพลาสมาให้อยู่ในช่วงที่ผลในการรักษาได้ต่ำกว่าจำนวนอาสาสมัคร เมื่อทานยาของบริษัทอื่นๆอย่างชัดเจน นอกจากนั้น เนื่องจากความแปรผันในแต่ละบุคคลมีสูงมาก ดังนั้นในการพิจารณาปรับขนาดยาให้เหมาะสมควรคำนึงถึงปัจจัยในแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ |
| บรรณานุกรม | : |
ปนิจ สมหอม . (2536). การเปรียบเทียบการเอื้อประโยชน์ในร่างกายของยาเม็ดธีโอฟิลลินชนิดออกฤทธิ์นานที่มีจำหน่ายในประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปนิจ สมหอม . 2536. "การเปรียบเทียบการเอื้อประโยชน์ในร่างกายของยาเม็ดธีโอฟิลลินชนิดออกฤทธิ์นานที่มีจำหน่ายในประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปนิจ สมหอม . "การเปรียบเทียบการเอื้อประโยชน์ในร่างกายของยาเม็ดธีโอฟิลลินชนิดออกฤทธิ์นานที่มีจำหน่ายในประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print. ปนิจ สมหอม . การเปรียบเทียบการเอื้อประโยชน์ในร่างกายของยาเม็ดธีโอฟิลลินชนิดออกฤทธิ์นานที่มีจำหน่ายในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.
|
