| ชื่อเรื่อง | : | การเปรียบเทียบประสิทธิผลของหัวขูดหินน้ำลายอุลตราโซนิก ระหว่างชนิดคล้ายเครื่องมือตรวจปริทันต์ กับชนิดปลายโค้ง ในการกำจัดหินน้ำลายใต้เหงือก |
| นักวิจัย | : | สุพจน์ ตามสายลม |
| คำค้น | : | ULTRASONICS , INSTRUMENTATION , ROOT SURFACES |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2536 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082536000629 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิผลของหัวขูดหินน้ำลายอุลตราโซนิกระหว่างชนิดคล้ายเครื่องมือตรวจปริทันต์ กับชนิดปลายโค้งในการกำจัดหินน้ำลายใต้เหงือก และเปรียบเทียบผลกระทบต่อผิวรากฟันภายหลังการใช้เครื่องมือสองชนิดในช่องปากของผู้ป่วยโรคปริทันต์อักเสบ โดยทำการขูดหินน้ำลายเฉพาะที่ด้านใกล้กลางและด้านไกลกลางในฟันรากเดียวที่ได้รับการวางแผนการรักษาว่าจะถอน กำหนดให้ด้านทั้งสองของฟันแต่ละซี่มีดัชนีหินน้ำลายและความลึกของพ็อกเก็ตที่หยั่งได้เท่าๆ กัน ทำการสุ่มตัวอย่างในแต่ละด้านของฟันซี่หนึ่งๆ เพื่อเลือกชนิดของเครื่องมือที่จะใช้การขูดซึ่งได้แก่หัวขูดอุลตราโซนิกคล้ายเครื่องมือตรวจปริทันต์ หรือชนิดปลายโค้ง การขูดหินน้ำลายจะทำจนกระทั่งเมื่อตรวจด้วยเครื่องมือเอกซพลอเรอร์แล้วรู้สึกว่าผิวฟันเรียบและสะอาด จากนั้นถอนฟันออกมา แล้วนำมาประเมินผลโดยแบ่งออกเป็นสองขั้นตอน คือ ขั้นตอนแรก เป็นการประเมินประสิทธิผลของเครื่องมือในการกำจัดหินน้ำลายใต้เหงือก โดยอาศัยกล้องจุลทรรศน์สเตอริโอในการพิจารณาปริมาณของหินน้ำลายที่หลงเหลืออยู่บนผิวรากฟัน จากฟันทั้งหมด 51 ซี่ แบ่งออกเป็น กลุ่มที่ใช้หัวขูดอุลตราโซนิกชนิดคล้ายเครื่องมือตรวจปริทันต์และกลุ่มที่ใช้หัวขูดอุลตราโซนิกชนิดปลายโค้ง กลุ่มละ51 คน ผลการวิจัย พบว่า ภายหลังการใช้หัวขูดหินน้ำลายอุลตราโซนิกชนิดคล้ายเครื่องมือตรวจปริทันต์มีโอกาสพบหินน้ำลายหลงเหลืออยู่ร้อยละ33.3 ของจำนวนด้านทั้งหมดซึ่งมากกว่า ภายหลังการใช้หัวขูดอุลตราโซนิกชนิดปลายโค้งที่มีโอกาส พบร้อยละ 23.5 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05)อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาตามดัชนีหินน้ำลายและตามความลึกของพ็อกเก็ต3-5 มิลลิเมตร และ 6-10 มิลลิเมตร พบว่า จำนวนด้านที่พบหินน้ำลายหลงเหลืออยู่ของทั้งสองกลุ่ม แทบจะไม่มีความแตกต่างกันในทางคลินิก นอกจากนี้เมื่อพิจารณาปริมาณของหินน้ำลายที่หลงเหลืออยู่ของทั้งสองกลุ่มก็ไม่พบความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยส่วนใหญ่พบว่า ปริมาณของหินน้ำลายที่หลงเหลืออยู่เป็นเพียงบริเวณเล็กๆ คือ ประมาณร้อยละ 0.1-0.5 ของพื้นที่ผิวรากฟัน ในขั้นตอนที่สอง เป็นการประเมินผลกระทบของเครื่องมือทั้งสองชนิดต่อผิวรากฟัน โดยอาศัยกล้องจุลทรรศน์อีเล็กตรอนชนิดส่องกราด จากฟันทั้งหมดจำนวน 10 ซี่ แบ่งเป็น กลุ่มที่ใช้หัวขูดอุลตราโซนิกชนิดคล้ายเครื่องมือตรวจปริทันต์ และกลุ่มที่ใช้หัวขูดอุลตราโซนิกปลายโค้งกลุ่มละ 10 ด้าน ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการใช้หัวขูดอุลตราโซนิกคล้ายเครื่องมือตรวจปริทันต์ทำให้ผิวรากฟันมีค่ามัธยฐานของดัชนีความขรุขระและการสูญเสียเนื้อผัน เท่ากับ 2 ซึ่งน้อยกว่า ภายหลังการใช้หัวขูดอุลตราโซนิกชนิดปลายโค้งที่มีค่ามัธยฐานของดัชนีความขรุขระและการสูญเสียเนื้อฟันเท่ากับ 3 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) จากผลการวิจัยสรุปว่า หัวขูดอุลตราโซนิกชนิดคล้ายเครื่องมือตรวจปริทันต์มีประสิทธิผลในการกำจัดหินน้ำลายใต้เหงือกไม่แตกต่างจากหัวขูดอุลตราโซนิกปลายโค้ง แต่ทำให้เกิดอันตรายต่อผิวรากฟันน้อยกว่า |
| บรรณานุกรม | : |
สุพจน์ ตามสายลม . (2536). การเปรียบเทียบประสิทธิผลของหัวขูดหินน้ำลายอุลตราโซนิก ระหว่างชนิดคล้ายเครื่องมือตรวจปริทันต์ กับชนิดปลายโค้ง ในการกำจัดหินน้ำลายใต้เหงือก.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุพจน์ ตามสายลม . 2536. "การเปรียบเทียบประสิทธิผลของหัวขูดหินน้ำลายอุลตราโซนิก ระหว่างชนิดคล้ายเครื่องมือตรวจปริทันต์ กับชนิดปลายโค้ง ในการกำจัดหินน้ำลายใต้เหงือก".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุพจน์ ตามสายลม . "การเปรียบเทียบประสิทธิผลของหัวขูดหินน้ำลายอุลตราโซนิก ระหว่างชนิดคล้ายเครื่องมือตรวจปริทันต์ กับชนิดปลายโค้ง ในการกำจัดหินน้ำลายใต้เหงือก."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print. สุพจน์ ตามสายลม . การเปรียบเทียบประสิทธิผลของหัวขูดหินน้ำลายอุลตราโซนิก ระหว่างชนิดคล้ายเครื่องมือตรวจปริทันต์ กับชนิดปลายโค้ง ในการกำจัดหินน้ำลายใต้เหงือก. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.
|
