ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจของการกระจายรายได้ในภาคเกษตรกรรมภายใต้ระบบการเชื่อมโยงระหว่างจุลภาคกับมหภาค

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจของการกระจายรายได้ในภาคเกษตรกรรมภายใต้ระบบการเชื่อมโยงระหว่างจุลภาคกับมหภาค
นักวิจัย : เทียนชัย มักเที่ยงตรง
คำค้น : ECONOMETRIC ANALYSIS , INCOME DISTRIBUTION , MICRO-MACROLINK SYSTEM
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2536
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082536000533
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีจุCมุ่งหมายเพื่อศึกษาเชิงมหภาคของการกระจายรายได้ในภาคเกษตรกรรมของไทยโดยการใช้แบบจำลองพึ่งพิง(Simultaneous Equations) ในการศึกษาดูผลกระทบของนโยบายที่มีS่อระดับความกินดีอยู่ดีของครัวเรือนเกษตรกรและการกระจายรายได้ในภาคเกษตรกรรม ผลการวิจัยได้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือส่วนแรกนำเสนอการวิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำของรายได้ ในภาคเกษตรกรรมของไทย ซึ่งผลที่ได้จากการวิเคราะห์พบว่าค่าสัมประสิทธิ์จินิที่คำนวณมีค่าเท่ากับ 0.572 อันแสดงถึงว่าความไม่เท่าเทียมกับของการกระจายรายได้ในภาคเกษตรกรรมอยู่ในระดับสูง ส่วนที่สองได้นำเสนอการวิเคราะห์ของโครงการแม่บทในเรื่องปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดการกระจายรายได้ โดยแยกการวิเคราะห์ออกเป็นปัจจัยระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งในแบบจำลองที่ศึกษาปัจจัยระยะสั้น ได้กำหนดให้รายได้ของครัวเรือนขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ 4 ประการ ได้แก่ การใช้แรงงาน รายได้สุทธิจากฟาร์ม เงินทุน และประสิทธิภาพของฟาร์ม ผลจากการวิเคราะห์พบว่า การใช้แรงงาน รายได้สุทธิจากฟาร์ม เงินทุน มีอิทธิพลต่อรายได้โดยมีความสัมพันธ์กับรายได้ในทางบวก และมีค่าความยืดหยุ่นของตัวแปรอิสระต่อตัวแปรตามเท่ากับ 0.193 0.144 และ 0.043 ตามลำดับ อย่างไรก็ตามจากการศึกษาปรากฏว่าข้อมูลตัวแปรประสิทธิภาพของฟาร์มไม่มีนัยสำคัญพอที่จะนำมาอธิบายได้ สำหรับผลของปัจจัยระยะยาวที่มีต่อการกำหนดรายได้ พบว่า ขนาดการถือครองที่ดินและปัจจัยสัดส่วนแรงงานหญิงในครัวเรือนจะมีความสัมพันธ์ทางบวกกับรายได้ สำหรับปัจจัยทางด้านการศึกษาของหัวหน้าครัวเรือนปรากฏว่า ครัวเรือนได้รับการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจะมีผลต่อรายได้ในทิศทางบวกโดยมีค่าความยืดหยุ่นเท่ากับ 0.027 ส่วนกรณีตัวแปรการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาและระดับสูงกว่ามัธยมไม่มีนัยสำคัญที่จะนำมาอธิบายได้สำหรับปัจจยโครงสร้างพื้นฐานและบริการจากรัฐพบว่าปัจจัยการมีกระแสไฟฟ้าใช้เท่านั้นที่มีนัยสำคัญในการอธิบายการกำหนดรายได้ โดยมีความสัมพันธ์ในทางเดียวกัน ในส่วนสุดท้าย นำเสนอผลการวิเคราะห์ผลกระทบของนโยบายที่มีต่อการกระจายรายได้ในภาคเกษตรกรรม โดยเปรียบเทียบผลของนโยบาย 3ประการ คือการเพิ่มการส่งออกมูลค่า 1,000 ล้านบาท การเพิ่มเงินกู้ทางการเกษตร 1,000 ล้านบาท และการลดลงของค่าจ้างทางการเกษตรร้อยละ 20 ผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า การลดลงของค่าจ้างทางการเกษตร และการเพิ่มขึ้นของการส่งออกมีผลให้รายได้ครัวเรือนเกษตรเพิ่มขึ้นโดยมีอัตราการเพิ่มร้อยละ 1.88 และ 0.012 ตามลำดับ ในขณะที่นโยบายสินเชื่อทางการเกษตรมีผลให้รายได้ของครัวเรือนลดลงร้อยละ 0.058อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาค่าสัมประสิทธิ์จินิ พบว่า การใช้นโยบายเพิ่มเงินกู้ทางการเกษตร และการลดลงของค่าจ้างทางการเกษตรทำให้การกระจายได้ดีขึ้น ตรงกันข้ามการขยายตัวของการส่งออกมีผลให้การกระจายรายได้เลวลง

บรรณานุกรม :
เทียนชัย มักเที่ยงตรง . (2536). การวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจของการกระจายรายได้ในภาคเกษตรกรรมภายใต้ระบบการเชื่อมโยงระหว่างจุลภาคกับมหภาค.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เทียนชัย มักเที่ยงตรง . 2536. "การวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจของการกระจายรายได้ในภาคเกษตรกรรมภายใต้ระบบการเชื่อมโยงระหว่างจุลภาคกับมหภาค".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เทียนชัย มักเที่ยงตรง . "การวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจของการกระจายรายได้ในภาคเกษตรกรรมภายใต้ระบบการเชื่อมโยงระหว่างจุลภาคกับมหภาค."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print.
เทียนชัย มักเที่ยงตรง . การวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจของการกระจายรายได้ในภาคเกษตรกรรมภายใต้ระบบการเชื่อมโยงระหว่างจุลภาคกับมหภาค. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.