| ชื่อเรื่อง | : | อุปทานแรงงานล่วงเวลาของพยาบาลประจำการ:กรณีศึกษาในโรงพยาบาลรามาธิบดี |
| นักวิจัย | : | สุวารี ทรัพย์ประสม |
| คำค้น | : | OVERTIME , LABOR SUPPLY , NURSES , RAMATHIBODI HOSPITAL |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2536 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082536000518 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | จากปัญหาการขาดแคลนพยาบาลในโรงพยาบาลของรัฐ และไม่สามารถผลิตหรือรับพยาบาลใหม่เข้ามาทดแทนได้ทันเวลา จึงอาจจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาการขาดแคลนในระยะสั้นโดยการจ้างงาน นอกเวลาจำนวนพยาบาลที่ทำงานอยู่ การศึกษานี้เป็น การวิเคราะห์ถึงปัจจัยกำหนดอุปทานแรงงานล่วงเวลาของพยาบาลประจำการ:กรณีศึกษาในโรงพยาบาลรามาธิบดีโดยการศึกษาทางเลือกในการตัดสินใจแบ่งเป็น 2 ขั้นตอนและในแต่ละตอนแบ่งเป็น 2 ทางเลือกคือ ขั้นตอนแรกพยาบาลจะตัดสินใจเลือกระหว่างการทำหรือไม่ทำงานพิเศษ และขั้นต่อมาเป็นหารตัดสินใจเลือกระหว่างการทำงานพิเศษในหรือนอกโรงพยาบาลรามาธิบดี โดยใช้ Binary ConditionalLogit Model ในการวิเคราะห์ความน่าจะเป็นในการตัดสินใจเลือกทางเลือกดังกล่าว ข้อมูลที่ใช้ได้จากแบบสอบถามกับพยาบาลประจำการในโรงพยาบาลรามาธิบดีทุกคนทั้งหมด 650 ราย และได้รับแบบสอบถามกลับคืนมาเฉพาะฉบับสมบูรณ์นำมาวิเคราะห์ 551 ราย ผลการวิเคราะห์พบว่า อัตราค่าจ้างมีอิทธิพลทางบวกต่อความน่าจะเป็นในการตัดสินใจเลือกทำงานพิเศษอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติโดยมีค่าความยืดหยุ่นเท่ากับ 1.38 แต่ในกรณีการตัดสินใจขั้นต่อมาพบว่าอัตราค่าจ้างไม่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกระหว่างการทำงานพิเศษในหรือนอกโรงพยาบาลรามาธิบดี ปัจจัยที่มีอิทธิพลทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติต่อการเลือกทำงานพิเศษได้แก่ ภาระที่ต้องผ่อนบ้าน ภาระที่ต้องให้ความอุปการะผู้อื่น และผู้ที่มีรายได้ครอบครัวระดับต่ำ ปัจจัยที่มีอิทธิพลทางลบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติต่อการเลือกทำงานพิเศษได้แก่อายุ สถานภาพสมรส การมีบุตรอายุน้อยกว่าหรือเท่ากับ 3 ปี และผู้ที่ปฏิบัติงานในแผนกกุมารฯ อายุรกรรม ศัลยกรรมและสูติกรรม ส่วนปัจจัยที่มีอิทธิพลทางบวกต่อการตัดสินใจเลือกทำงานพิเศษในโรงพยาบาลรามาธิบดีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติได้แก่ อายุ ปัจจัยที่มีอิทธิพลทางลบต่อการตัดสินใจทำงานพิเศษในโรงพยาบาลรามาธิบดีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติได้แก่ อัตราเงินเดือนจากการทำงานประจำ และภาระที่ต้องผ่อนบ้าน นอกจากนี้ การศึกษายังได้ทดสอบปฏิกิริยาตอบสนองของความน่าจะเป็นในการตัดสินใจเลือกทำงานพิเศษต่อการเปลี่ยนแปลงค่าจ้างในระดับต่างๆพบว่า เมื่อกำหนดให้สิ่งอื่นๆ คงที่ การเพิ่มค่าจ้างเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทดแทนแรงงานที่ขาดได้อย่างเพียงพอ จึงมีข้อเสนอว่าควรใช้นโยบายค่าจ้างควบคู่ไปกับนโยบายอื่นๆ ด้วย เช่น นโยบายการบริหารเวลา โดยให้มีความยืดหยุ่นของชั่วโมงทำงานและการจ้างงานเฉพาะช่วงเวลาที่มีความต้องการแรงงานสูงสุด ตลอดจนการจัดการด้านสวัสดิการต่างๆ เช่น บริการDaycare Nursery ซึ่งอาจจะสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
สุวารี ทรัพย์ประสม . (2536). อุปทานแรงงานล่วงเวลาของพยาบาลประจำการ:กรณีศึกษาในโรงพยาบาลรามาธิบดี.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุวารี ทรัพย์ประสม . 2536. "อุปทานแรงงานล่วงเวลาของพยาบาลประจำการ:กรณีศึกษาในโรงพยาบาลรามาธิบดี".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุวารี ทรัพย์ประสม . "อุปทานแรงงานล่วงเวลาของพยาบาลประจำการ:กรณีศึกษาในโรงพยาบาลรามาธิบดี."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print. สุวารี ทรัพย์ประสม . อุปทานแรงงานล่วงเวลาของพยาบาลประจำการ:กรณีศึกษาในโรงพยาบาลรามาธิบดี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.
|
