| ชื่อเรื่อง | : | วิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุน-ประสิทธิผลการวินิจฉัยโรคมาลาเรียชนิด พี.ฟัลซิปารัม ด้วยวิธีตรวจฟิล์มโลหิตชนิดหนา (TBF.), อีไลซ่า (ELISA) และคิวบีซี (QBC) |
| นักวิจัย | : | ฉวีวรรณ กิตติศักดิ์สุนทร |
| คำค้น | : | COST , EFFECTIVENESS , MALARIA |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2536 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082536000515 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบและขนาดของต้นทุน และเปรียบเทียบต้นทุนต่อหน่วยประสิทธิผลของการตรวจวินิจฉัยหาเชื้อมาลาเรียชนิด พี.ฟัลซิปารัม ด้วยวิธีตรวจฟิล์มโลหิตชนิดหนาวีธิอีไลซ่า และคิวบีซี โดยศึกษาเฉพาะต้นทุนภาคสนามในการดำเนินการตรวจวินิจฉัยหาเชื้อมาลาเรียและต้นทุนที่เกิดจากการตรวจผิด ตัวอย่างที่ทำการศึกษาคือผู้ป่วยซึ่งรับบริการที่มาลาเรียคลินิก ตำบลห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นการศึกษาแบบตัดขวาง และใช้ข้อมูลทุติยภูมิร่วมกับ ข้อมูลปฐมภูมิ แสดงการวิเคราะห์ต้นทุนรวมและต้นทุนรวมเฉลี่ยต่อรายผู้รับบริการสำหรับการประเมินประสิทธิผลเป็นการประเมินประสิทธิผลการตรวจพบเชื้อมาลาเรียรวมทุกชนิด และประสิทธิพลการตรวจพบเชื้อพี.ฟัลชิปารัมของแต่ละวิธี โดยใช้ผลการตรวจสอบฟิล์มโลหิตของกองมาลาเรียปี 2532-2534ปรับค่าของการตรวจฟิล์มโลหิตชนิดหนา เป็นการตรวจพบเชื้อมาตรฐาน เพื่อการเปรียบเทียบประเมินประสิทธิผลของการตรวจแต่ละวิธี เนื่องจากวิธีตรวจฟิล์มโลหิตชนิดหนาเป็นวิธีที่กองมาลาเรียใช้มานานและนักมาลาเรียวิทยาก็เชื่อถือได้มากที่สุดในปัจจุบัน ผลการศึกษาพบว่า ต้นทุนแรงงานและต้นทุนวัสดุเคมีภัณฑ์เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ของต้นทุนภายในทางตรงโดยกว่าร้อยละ 90 ของต้นทุนภายในทางตรงของทุกวิธี เป็นต้นทุนแรงงานและต้นทุนวัสดุเคมีภัณฑ์ ต้นทุนรวมเฉลี่ยผู้รับบริการ 1 รายในการตรวจฟิล์มโลหิตชนิดหนา อีไลซ่าและคิวบีซีเป็นเงิน10.73 บาท 42.72 บาท และ 51.24 บาท ต้นทุนที่เกิดจากการตรวจผิดจะขึ้นอยู่กับจำนวนผลบวกเท็จและผลลบเท็จของแต่ละวิธี วิธีอีไลซ่าและคิวบีซีมีผลบวกเท็จและผลลบเท็จมากกว่าวิธีตรวจฟิล์มโลหิตชนิดหนา อัตราส่วนผลบวกเท็จของวิธีฟิล์มโลหิตชนิดหนา:อีไลซ่า:คิวบีซีเป็น 1:20:59 ผลบวกเท็จอาจทำให้เป็นการบอกว่า วิธีอีไลซ่าและวิธีคิวบีซีสามารถตรวจพบเชื้อมาลาเรียได้มากกว่า ส่วนผลลบเท็จจะมีผลทำให้เป็นแหล่งแพร่เชื้อที่สำคัญอันเนื่องมาจากการตรวจผิด อัตราส่วนผลลบเท็จของวิธีฟิล์มโลหิตชนิดหนา:อีไลซ่า:คิวบีซีเป็น 1:7:3 นักมาลาเรียวิทยาน่าจะทำการศึกษาต่อไปว่าผลบวกเท็จและผลลบเท็จของวิธีอีไลซ่า และคิวบีซีเป็นผลลบเท็จจริงหรือไม่เพียงใด การศึกษาต้นทุน-ประสิทธิผลพบว่า วิธีตรวจฟิล์มโลหิตชนิดหนามีต้นทุนต่ออัตราประสิทธิผลการพบเชื้อมาลาเรียรวมทุกชนิดต่ำสุด (129.63) วิธีคิวบีซี และวิธีอีไลซ่ามีต้นทุนต่ออัตราประสิทธิผลสูงขึ้นตามลำดับ (780.18บาทและ 1052.63 บาท) สำหรับต้นทุนต่อหน่วยประสิทธิผลกรณีเฉพาะการตรวจพบเชื้อพี.ฟัลซิปารัมพบว่า วิธีตรวจฟิล์มโลหิตชนิดหนามีต้นทุนต่ออัตราประสิทธิผลต่ำสุด (122.48 บาท) วิธีอีไลซ่าและวิธีคิวบีซีสูงขึ้นตามลำดับ (772.88 บาท และ 832.78 บาท) |
| บรรณานุกรม | : |
ฉวีวรรณ กิตติศักดิ์สุนทร . (2536). วิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุน-ประสิทธิผลการวินิจฉัยโรคมาลาเรียชนิด พี.ฟัลซิปารัม ด้วยวิธีตรวจฟิล์มโลหิตชนิดหนา (TBF.), อีไลซ่า (ELISA) และคิวบีซี (QBC).
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ฉวีวรรณ กิตติศักดิ์สุนทร . 2536. "วิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุน-ประสิทธิผลการวินิจฉัยโรคมาลาเรียชนิด พี.ฟัลซิปารัม ด้วยวิธีตรวจฟิล์มโลหิตชนิดหนา (TBF.), อีไลซ่า (ELISA) และคิวบีซี (QBC)".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ฉวีวรรณ กิตติศักดิ์สุนทร . "วิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุน-ประสิทธิผลการวินิจฉัยโรคมาลาเรียชนิด พี.ฟัลซิปารัม ด้วยวิธีตรวจฟิล์มโลหิตชนิดหนา (TBF.), อีไลซ่า (ELISA) และคิวบีซี (QBC)."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print. ฉวีวรรณ กิตติศักดิ์สุนทร . วิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุน-ประสิทธิผลการวินิจฉัยโรคมาลาเรียชนิด พี.ฟัลซิปารัม ด้วยวิธีตรวจฟิล์มโลหิตชนิดหนา (TBF.), อีไลซ่า (ELISA) และคิวบีซี (QBC). กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.
|
