| ชื่อเรื่อง | : | ผลของการทำนาสวนและนาไร่ต่อการปล่อยก๊าซมีเทนในจังหวัดเชียงใหม่ |
| นักวิจัย | : | ระวิวรรณ กาญจนสุนทร |
| คำค้น | : | METHANE EMISSION , GREENHOUSE GAS , LOWLAND RICE FIELD , UPLANDRICE FIELD |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2536 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082536000167 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | นาข้าวจากกลุ่มทวีปเอเชียถูกระบุว่าเป็นแหล่งสำคัญของการปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในบรรยากาศโลก จึงได้ทำการตรวจวัดปริมาณรวมทั้งศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการปล่อยก๊าซมีเทนจากนาสวนและนาไร่ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ แผนการทดลอง คือ RandomizedComplete Block Design โดยใช้ข้าวพันธุ์ กข 23 และพันธุ์ กข 6เปรียบเทียบกับพื้นที่ที่ไม่ปลูกข้าวสำหรับวิธีการทำนาสวน ส่วนวิธีนาไร่ใช้ข้าวพันธุ์อาร์ 258 และพันธุ์ซิวแม่จันเปรียบเทียบกับพื้นที่ที่ไม่ปลูกข้าวจะทำการเก็บก๊าซมีเทนที่ถูกปล่อยจากนาข้าวจำนวน 6 ครั้ง ในรอบวันตั้งแต่เวลา 6.00-22.00 นาฬิกา ใน 4 ระยะการเจริญเติบโตของต้นข้าวได้แก่ระยะต้นข้าวแตกกอ ระยะต้นข้าวตั้งท้อง ระยะต้นข้าวสร้างเมล็ด และระยะเมล็ดข้าวสุกแก่ โดยใช้ตู้ครอบที่มีขนาด 0.5 เมตรx1.0 เมตรตู้ครอบมีจุดเก็บก๊าซ 5 จุด วิเคราะห์ปริมาณก๊าซมีเทน โดยวิธี GasChromatography โดยใช้ Flame Ionization Detector (FID)เป็นตัวตรวจสอบ ผลการตรวจวัดปริมาณการปล่อยก๊าซมีเทนจากแปลงข้าวนาสวน และนาไร่ พบว่าการทำนาโดยวิธีนาสวน ปล่อยก๊าซมีเทนสูงกว่าการทำนาโดยวิธีนาไร่ โดยปริมาณก๊าซมีเทนทั้งหมดที่ถูกปล่อยจากพื้นที่ข้าวนาสวนพันธุ์กข 23 และพันธุ์ กข 6 ตลอดการเพาะปลูกเท่ากับ 19.19 และ 21.89กรัม/ตารางเมตร ส่วนปริมาณก๊าซมีเทนทั้งหมดที่ถูกปล่อยจากพื้นที่ข้าวไร่พันธุ์ อาร์ 258 และพันธุ์ซิวแม่จันตลอดการเพาะปลูก เท่ากับ 5.27และ 5.31 กรัม/ตารางเมตร การปล่อยก๊าซมีเทนจากพื้นที่ปลูกข้าวนาสวนเกิดขึ้นโดยผ่านทางต้นข้าวเป็นส่วนใหญ่ อัตราการปล่อยก๊าซมีเทนเพิ่มขึ้นตามระยะการเจริญเติบโตของต้นข้าวโดยมีอัตราสูงสุดที่ระยะต้นข้าวสร้างเมล็ด ปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณการปล่อยก๊าซมีเทน คือ จำนวนต้นต่อกอของต้นข้าวระยะการเจริญเติบโตของต้นข้าวสภาพการขาดออกซิเจนในดิน และสภาพความเป็นกรดและด่างของดิน ซึ่งมีผลต่อปริมาณก๊าซมีเทนในดินอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติทั้งนี้อัตราการปล่อยก๊าซมีเทนมีความผันแปรในแต่ละวัน และมีทิศทางของการเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิของอากาศและดิน โดยเฉพาะระยะต้นข้าวตั้งทองและต้นข้าวสร้างเมล็ด สำหรับการปล่อยก๊าซมีเทนจากพื้นที่ปลูกไร่นั้น ต้นข้าวและพันธุ์ข้าวไม่มีผลต่อการปล่อยก๊าซมีเทน อีกทั้งสภาพการขาดออกซิเจนในดิน และสภาพความเป็นกรดและด่างของดินก็ไม่มีผลต่อปริมาณมีเทนในดินด้วย ทั้งนี้อัตราการปล่อยก๊าซมีเทนมีความผันแปรในแต่ละวัน แต่ไม่มีทิศทางของการเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิอากาศและดิน การปล่อยก๊าซมีเทนจากนาข้าวของประเทศไทย หากประเมินโดยใช้ข้าวพันธุ์ กข23 พันธุ์ กข 6 ที่ปลูกโดยวิธีนาสวน และพันธุ์ อาร์ 258 พันธุ์ซิวแม่จันของวิธีการทำนาไร่ จะประเมินได้ดังนี้ พันธุ์ กข 23 = 0.74-6.89ล้านตัน/ปี พันธุ์ กข 6 = 0.49-7.39 ล้านตัน/ปี พันธุ์อาร์ 258 =0.37-0.74 ล้านตัน-ปี และพันธุ์ซิวแม่จัน = 0.39-0.98 ล้านตัน/ปี |
| บรรณานุกรม | : |
ระวิวรรณ กาญจนสุนทร . (2536). ผลของการทำนาสวนและนาไร่ต่อการปล่อยก๊าซมีเทนในจังหวัดเชียงใหม่.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ระวิวรรณ กาญจนสุนทร . 2536. "ผลของการทำนาสวนและนาไร่ต่อการปล่อยก๊าซมีเทนในจังหวัดเชียงใหม่".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ระวิวรรณ กาญจนสุนทร . "ผลของการทำนาสวนและนาไร่ต่อการปล่อยก๊าซมีเทนในจังหวัดเชียงใหม่."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print. ระวิวรรณ กาญจนสุนทร . ผลของการทำนาสวนและนาไร่ต่อการปล่อยก๊าซมีเทนในจังหวัดเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.
|
