ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกในกลุ่มผู้ป่วยหญิงสูงอายุที่มีกระดูกต้นขาหักเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่หักหลังได้รับอุบัติเหตุล้มลง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกในกลุ่มผู้ป่วยหญิงสูงอายุที่มีกระดูกต้นขาหักเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่หักหลังได้รับอุบัติเหตุล้มลง
นักวิจัย : เสี่ยวเหว่ย ถาน
คำค้น : BONE MASS , HIP FRACTURE , OSTEOPOROSIS , FALLING
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2535
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082535000669
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้ได้ออกแบบโดยเปรียบเทียบกลุ่มผู้ป่วยและกลุ่มควบคุม(case-control) เพื่อตอบคำถามตามวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ 1. เพื่อศึกษาความแตกต่างของความหนาแน่นของกระดูกในผู้ป่วยหญิงไทยสูงอายุ หลังได้รับอุบัติเหตุล้มลง เปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่มีกระดูกต้นขาหักและกลุ่มที่ไม่มีกระดูกต้นขาหัก 2. เพื่อหาปัจจัยเสี่ยงของการเกิดกระดูกต้นขาหักและปัจจัยเสี่ยงของการมีความหนาแน่นของกระดูกต่ำ ผู้ป่วยหญิง 35 ราย อายุระหว่าง 45-83 ปี ซึ่งได้รับอุบัติเหตุล้มลงประเภทเดียวกันและเข้ารับการตรวจรักษาในภาควิชาออร์โธปิดิกส์คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2535ถึงเดือนมกราคม พ.ศ. 2536 โดยมีกลุ่มผู้ป่วยกระดูกต้นขาหัก 10 ราย และกลุ่มควบคุมซึ่งไม่มีกระดูกต้นขาหัก 25ราย ผู้ป่วยทุกรายได้รับการตรวจความหนาแน่นของกระดูกด้วยเครื่อง dual energy X-ray absorptiometry (DEXA)และเอกซเรย์ กระดูกบริเวณสะโพกและต้นขาทั้งสองข้าง เพื่อเปรียบเทียบความแม่นยำของการวินิจฉัยเนื้อกระดูกบาง (osteoporosis) ด้วย Singh Index คำตอบของปัจจัยเสี่ยงของการเกิดกระดูกต้นขาหักและปัจจัยเสี่ยงของการมีความหนาแน่นของกระดูกต่ำนั้นได้รับการประเมินจากแบบสอบถามที่ได้สร้างขึ้น ผลการวิจับพบว่า ความหนาแน่นของกระดูก (BMD) ในสองกลุ่มมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.01) แต่เนื่องจากอายุของทั้งสองกลุ่มก็มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน (P < 0.05) กลุ่มผู้ป่วยกกระดูกต้นขาหักและกลุ่มควบคุมจึงถูกจับคู่กันด้วยอายุที่ต่างกันไม่เกิน 3 ปี(age-matched) โดยมีกลุ่มผู้ป่วย 7 ราย และกลุ่มควบคุม 14 รายที่สามารถจับคู่กันได้ตามเกณฑ์ผลจากการประเมินทางสถิติใหม่พบว่า ความหนาแน่นของกระดูกในสองกลุ่มถ้าอายุเท่ากันจะไม่มีความแตกต่างทางสถิติ (P > 0.05)ซึ่งในที่นี้น่าจะเกิดจากกลุ่มตัวอย่างยังไม่พอที่จะบอกความแตกต่างได้ คำถามที่ผู้ป่วยหญิงสูงอายุที่มีกระดูกต้นขาหัก จะมี osteoporosis มากกว่าหญิงที่มีอายุเท่ากัน และได้รับอุบัติเหตุประเภทเดียวกันหรือไม่นั้น จะต้องมีการทำวิจัยต่อไปโดยมีขนาดตัวอย่ากมากขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่า อายุที่มากขึ้นเป็นปัจจัยเสี่ยงของการสูญเสียความหนาหนาแน่นของเนื้อกระดูก ผู้ที่มีรูปร่างใหญ่จะมีอัตราเสี่ยงต่อการสูญเสียความหนาแน่นของกระดูกน้อยลง ความหนาแน่นของกระดูกเท่ากับหรือน้อยกว่า0.6 กรัม/ตารางเซนติเมตร ถือเป็นจุดตัดที่หญิงสูงอายุจะมีกระดูกหัก เมื่อมีอุบัติเหตุล้มลง Singh Index มีความไวในการวินิจฉัยภาวะ osteoporosis46 เปอร์เซ็นต์ และมีความจำเพาะในการวินิจฉัย 93 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับการตรวจด้วย DEXA

บรรณานุกรม :
เสี่ยวเหว่ย ถาน . (2535). ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกในกลุ่มผู้ป่วยหญิงสูงอายุที่มีกระดูกต้นขาหักเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่หักหลังได้รับอุบัติเหตุล้มลง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เสี่ยวเหว่ย ถาน . 2535. "ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกในกลุ่มผู้ป่วยหญิงสูงอายุที่มีกระดูกต้นขาหักเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่หักหลังได้รับอุบัติเหตุล้มลง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เสี่ยวเหว่ย ถาน . "ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกในกลุ่มผู้ป่วยหญิงสูงอายุที่มีกระดูกต้นขาหักเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่หักหลังได้รับอุบัติเหตุล้มลง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2535. Print.
เสี่ยวเหว่ย ถาน . ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกในกลุ่มผู้ป่วยหญิงสูงอายุที่มีกระดูกต้นขาหักเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่หักหลังได้รับอุบัติเหตุล้มลง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2535.