ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประเมินค่าอัตราพันธุกรรมประจักษ์ต่อการเติบโตของหอยนางรมปากจีบSaccostrea cucullata

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประเมินค่าอัตราพันธุกรรมประจักษ์ต่อการเติบโตของหอยนางรมปากจีบSaccostrea cucullata
นักวิจัย : มณฑิรา ถาวรยุติการต์
คำค้น : SACCOSTREA CUCULLATA , REALIZED HERITABILITY , GROWTH , OYSTER
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2536
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082536000117
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ได้ประเมินค่าอัตราพันธุกรรมประจักษ์ต่อการเติบโตของหอยนางรมปากจีบ Saccostrea cucullata โดยวิธีการคัดเลือกพันธุ์แบบรายตัว(individual selection) จากน้ำหนักทั้งเปลือกที่อายุ 14 เดือน ในประชากรพื้นฐาน (base population) ที่ผลิตขึ้นจากโรงเพาะพักในเดือนตุลาคม 2533 โดยเปรียบเทียบอัตราการเติบโตของหอยนางรมในรุ่นที่ 2 ที่ผลิตในเดือนกรกฎาคม 2534 ระหว่างกลุ่มโตเร็วกับกลุ่มโตช้าที่อายุ 15 เดือน(divergent selection) ค่าอัตราพันธุกรรมประจักษ์ที่ประเมินได้มีค่าเท่ากับ 0.184 และ 0.148 ที่ระดับความหนาแน่น 50 และ 150 ตัวต่อถุงอวนตามลำดับแสดงถึงความเป็นไปได้ในการเพิ่มผลผลิตหอยนางรมโดยการคัดเลือกพันธุ์ การศึกษาผลกระทบของความหนาแน่นในการเลี้ยงหอยนางรมแบบถุงอวนตาข่ายพลาสติคที่ระดับความหนาแน่น 50, 150, 300 และ 600 ตัวต่อถุงอวนเป็นระยะเวลา 6 เดือน (หอยนางรมมีอายุ 9 เดือน) พบว่าค่าเฉลี่ยของอัตราการเติบโตลดลงเมื่อระดับความหนาแน่นสูงขึ้นในขณะที่ระดับความแปรปรวนแสดงในรูปของสัมประสิทธิ์ความแปรปรวนของอัตราการเติบโตมีค่าเพิ่มขึ้น แสดงว่าความหนาแน่นมีผลต่ออัตราการเติบโตของหอยนางรมแบบไม่สุ่ม (non-random effect) ที่ระดับความหนาแน่นดังกล่าวไม่มีผลต่ออัตรารอดของหอยนางรม ผลของระดับความหนาแน่นต่ออัตราการเติบโตของหอยนางรมกลุ่มคัดเลือกเป็นกลุ่มโตเร็ว กลุ่มโตปานกลางและกลุ่มโตช้า พบว่าหอยนางรมทั้งสามกลุ่มมีแนวโน้มของอัตราการเติบโตที่ลดลงเมื่อระดับความหนาแน่นเพิ่มสูงขึ้น โดยที่ระดับความหนาแน่น 50 ตัวต่อถุงอวน กลุ่มโตเร็วมีอัตราการเติบโตดีกว่ากลุ่มโตปานกลางและกลุ่มโตช้าในขณะที่กลุ่มโตปานกลางและกลุ่มโตช้ามีอัตราการเติบโตที่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนที่ระดับความหนาแน่น 150, 300 และ 600 ตัวต่อถุงอวน พบว่าหอยนางรมทั้งสามกลุ่มคัดเลือกมีอัตราการเติบโตที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติแสดงถึงคุณสมบัติทางพันธุกรรมในกลุ่มโตเร็ว ยิ่งไปกว่านั้นอัตรารอดในกลุ่มโตเร็วยังมีค่าสูงกว่ากลุ่มโตปานกลางและกลุ่มโตช้าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทุกระดับความหนาแน่น จากผลที่ได้กล่าวมาแล้วทั้งหมดสรุปได้ว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตหอยนางรมปากจีบ S. cucullata ได้โดยการคัดเลือกพันธุ์แบบรายตัวในอัตรา 18% ต่อรุ่น หรือ 16% ต่อปี โดยการคัดพันธุ์ดังกล่าวควรทำที่ความหนาแน่น 50 ตัวต่อถุงอวน และเลี้ยงแบบแยกกลุ่มคัดเลือก

บรรณานุกรม :
มณฑิรา ถาวรยุติการต์ . (2536). การประเมินค่าอัตราพันธุกรรมประจักษ์ต่อการเติบโตของหอยนางรมปากจีบSaccostrea cucullata.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มณฑิรา ถาวรยุติการต์ . 2536. "การประเมินค่าอัตราพันธุกรรมประจักษ์ต่อการเติบโตของหอยนางรมปากจีบSaccostrea cucullata".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มณฑิรา ถาวรยุติการต์ . "การประเมินค่าอัตราพันธุกรรมประจักษ์ต่อการเติบโตของหอยนางรมปากจีบSaccostrea cucullata."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print.
มณฑิรา ถาวรยุติการต์ . การประเมินค่าอัตราพันธุกรรมประจักษ์ต่อการเติบโตของหอยนางรมปากจีบSaccostrea cucullata. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.