ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ลักษณะการกระจายของฝนเนื่องจากพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อให้เกิดอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ลักษณะการกระจายของฝนเนื่องจากพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อให้เกิดอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
นักวิจัย : วิกิจ ไชยวิจารณ์
คำค้น : TROPICAL CYCLONES , RAINFALL PATTERNS , FLOOD DAMAGE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2534
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082534000011
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษานี้มุ่งรวบรวม ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเฉพาะพายุหมุนเขตร้อน และลักษณะการกระจายของฝนที่เกิดจากพายุฯ ตามพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงปี พ.ศ.2519-พ.ศ.2533 รวม 15 ปี รวมทั้งศึกษาลักษณะการเกิดอุทกภัยเนื่องจากพายุฯ แต่ละลูก นอกจากนี้จะวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างพายุหมุนเขตร้อน ฝน และการเกิดอุทกภัยในภาค เพื่อต้องการเข้าใจปรากฏการณ์อุทกภัยในอดีตที่ผ่านมา ผลจากการศึกษาพบว่า จากจำนวนพายุหมุนเขตร้อน 138 ลูกที่เกิดขึ้นและผ่าน เข้ามาบริเวณละติจูดที่ 0-25 องศาเหนือและลองติจูด 90-115 องศาตะวันออก ซึ่งครอบคลุมคาบสมุทรอินโดจีนและแหลมมลายู ในช่วงเวลาดังกล่าวมีเพียง 23 ลูกที่แนวพายุฯพาดผ่านพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยตรง และพบว่ามีจำนวนพายุที่ก่อให้เกิดอุทกภัยขึ้นในบางพื้นที่ของภาคนี้มี 20 ลูก แยกเป็นพายุฯที่แนวพาดผ่านพื้นที่ของภาค โดยตรงและเฉียดเข้ามาใกล้จำนวน 12 ลูกและ 8 ลูก ตามลำดับ คิดเป็นค่าเฉลี่ย 1-2 ลูกต่อปี พายุฯ ที่ก่อให้เกิดอุทกภัยนี้มีการก่อตัวจีนในทะเลจีนใต้ และมหาสมุทรแปซิฟิก ในสัดส่วนที่ใกล้เคียวกันคือ ร้อยละ 60 และ 40 ตามลำดับ โดยเดือนสิงหาคมเป็นเดือนที่พายุฯ ก่อตัวขึ้นมากที่สุดถัดไปคือเดือนกันยายนและตุลาคมตามลำดับ และในเดือนกรกฎาคมไม่มีพายุก่อตัวเลย ในการศึกษาสามารถแบ่งแนวการเคลื่อนตัวของพายุฯ ทั้ง 20ลูก ที่ก่อให้เกิดอุทกภัยขึ้นในภาคนี้ออกเป็น 4 แนว ซึ่งก่อให้เกิดการกระจายของฝนตามพื้นที่แตกต่างกันไปทั้งในแง่ปริมาณและลักษณะการกระจายคือแนวพายุกลุ่มที่ 1 มีแนวพาดผ่านบริเวณตอนกลางและค่อนไปทางตอนบนของภาค ซึ่งมักก่อตัวขึ้นในเดือนมิถุนายน แนวพายุกลุ่มที่ 2 มีแนวพาดผ่านและเฉียดเข้ามาใกล้ตอนบนของภาค ซึ่งมักก่อตัวขึ้นในเดือนสิงหาคม แนวพายุกลุ่มที่ 3 มีแนวพาดผ่านบริเวณตอนกลางของภาคซึ่งมักก่อตัวขึ้นในเดือนกันยายน และแนวพายุกลุ่มที่ 4 มีแนวพาดผ่านและเฉียดเข้ามาใกล้ตอนล่างของภาคมักก่อตัวในเดือนตุลาคมพายุฯ ทำให้เกิดฝนรายวันกระจายในบริเวณต่าง ๆ ของภาคในช่วงเวลา 3-5 วันโดยเริ่มมีฝนตกล่วงหน้าก่อนที่พายุจะเข้าสู่พื้นที่ศึกษาประมาณ 1-2 วันการกระจายของฝน รวมที่เกิดจากพายุฯ มีความสอดคล้องกับแนวของพายุฯคือมักมีฝนตกหนักบริเวณใต้แนวของพายุฯ ที่เคลื่อนไป พายุที่ทำให้เกิดแนวฝนรวมเฉลี่ยทั้งภาคอยู่ระหว่าง 35-140 มม. และทำให้เกิดฝนรวมตั้งแต่ 90 มม.ขึ้นไปตกกระจายในพื้นที่ระหว่าง 35-90 % ของพื้นที่ทั้งภาคโดยพายุกลุ่มที่ 3 มีแนวโน้มจะให้ฝนได้มากกว่า เนื่องจากแนวพายุฯ พาดผ่านกลางพื้นที่ ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างพายุ ฝนและการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ศึกษา พบว่าพายุฯ ที่มีความรุนแรงก่อนเข้าสู่ฝั่งมากกว่ามีแนวโน้มทำให้ฝนรวมเฉลี่ยทั้งภาค และพื้นที่ฝนรวมตกเกิน 90 มม.ได้มากกว่าพายุฯ ที่มีความรุนแรงน้อยกว่า

บรรณานุกรม :
วิกิจ ไชยวิจารณ์ . (2534). ลักษณะการกระจายของฝนเนื่องจากพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อให้เกิดอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิกิจ ไชยวิจารณ์ . 2534. "ลักษณะการกระจายของฝนเนื่องจากพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อให้เกิดอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิกิจ ไชยวิจารณ์ . "ลักษณะการกระจายของฝนเนื่องจากพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อให้เกิดอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2534. Print.
วิกิจ ไชยวิจารณ์ . ลักษณะการกระจายของฝนเนื่องจากพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อให้เกิดอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2534.