ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

พฤติกรรมของระบบกำแพงกันดินชนิดเข็มพืดแบบใช้ค้ำยัน สำหรับงานขุดขนาดลึกในดินเหนียวอ่อนกรุงเทพ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : พฤติกรรมของระบบกำแพงกันดินชนิดเข็มพืดแบบใช้ค้ำยัน สำหรับงานขุดขนาดลึกในดินเหนียวอ่อนกรุงเทพ
นักวิจัย : พิพัฒน์ ศรีวัฒนพงศ์
คำค้น : BEHAVIOR , BRACED SHEET PILE WALL , DEEP EXCAVATION , BANGKOK SOFT CLAY
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2534
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082534000004
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานขุดขนาดลึกในดินเหนียวอ่อนกรุงเทพโดยใช้ระบบกำแพงกันดินชนิดเข็มพืดเป็นที่นิยมมากที่สุดสำหรับงานขุดเพื่อก่อสร้างฐานรากและห้องใต้ดิน กำแพงกันดินชนิดเข็มพืด เป็นกำแพงชนิดยืดหยุ่น (Flexible wall)ซึ่งจะเกิดการเคลื่อนตัวด้านข้างมากหาก การขุดดินมิได้ดำเนินการตามหลักวิศวกรรม การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมและหาความสัมพันธ์ของการเคลื่อนตัวด้านข้างของเข็มพืดกับการทรุดตัวที่ผิวดินในระหว่างการก่อสร้าง พร้อมทั้งศึกษาถึงผลของตัวแปรและพารามิเตอร์ต่าง ๆ ที่มีผลต่อปริมาณการเคลื่อนตัวด้านข้างของเข็มพืดและเสนอแนะวิธีการก่อสร้างที่เหมาะสม นอกจากนี้ได้เปรียบเทียบปริมาณการเคลื่อนตัวด้านข้างสูงสุดของเข็มพืดในสนามกับผลการคาดคะเน โดยวิธี Simplified method(Wong & Brom,1989) ผลการวิจัยพบว่า : เข็มพืดมีพฤติกรรมการโก่งตัวเป็นแบบ Rotationabout bottom (fixed end) โดยในช่วงแรกของการขุดดินก่อนที่จะมีการค้ำยันการโก่งตัวเป็นแบบคานยื่น ปริมาณการเคลื่อนตัวด้านข้างของเข็มพืดขึ้นอยู่กับสภาพน้ำหนักบรรทุกบนผิว ดินและระยะเวลาในการติดตั้งค้ำยันเป็นสำคัญ การทรุดตัวที่ผิวดินมีขอบเขตอยู่ใน Settlement envelopeที่เสนอโดย Peck(1969) และ Mana & Clough (1981) ความสัมพันธ์ของการทรุดตัวสูงสุดที่ผิวดิน (SVmax) ต่อการเคลื่อนตัวด้านข้างสูงสุดของเข็มพืด (SHmax) มีค่าอยู่ในช่วงประมาณ 1.94 ถึง 2.13 สำหรับบริเวณที่มียวดยานจราจรหรือมีน้ำหนักบรรทุกที่ผิวดิน และ 0.83 ถึง 1.62สำหรับบริเวณที่ไม่มียวดยานจราจร ผลของตัวแปรและพารามิเตอร์ต่าง ๆที่มีต่อค่า SHmax นั้น พบว่า : การลดค่าสติฟเนสของค้ำยันลงเท่าตัวและการติดตั้งตัวค้ำยันล่าช้าอาจทำให้เกิด SHmax มากขึ้น เกือบ 3 เท่าตัวการอัดแรงในค้ำยันช่วยลดค่า SHmax ลงได้มากโดยเฉพาะในช่วงการขุดไม่ลึก มากนักหรือในช่วง 2 ชั้น แรกของการขุด การเพิ่มความลึกของการขุด (H) ทำให้ค่าอัตราส่วน (SHmax/H%) ลดลงความหนาของชั้นดินจากระดับขุดถึงชั้นดินแข็ง (T) เพิ่มขึ้น ทำให้ค่าอัตราส่วน (SHmax/H%)เพิ่มขึ้น การเว้นคันดินช่วยลดค่า SHmax ลงได้มากโดย เฉพาะในช่วง3 ชั้นแรกของการขุด อัตราส่วน (SHmax/H%) ที่วัดได้ให้ค่าที่ต่ำกว่าที่เสนอโดย Mana และ Clough(1981) เมื่อเปรียบเทียบที่ค่า Factorof safety against basal heave เดียวกัน การเปรียบเทียบปริมาณSHmax ที่วัดได้กับการคิดคะ เนโดยวิธี Simplified method ที่เสนอโดย Wong และ Broms(1989) นั้นพบว่าวิธีการคิดคะเนนี้สามารถประมาณค่าได้ใกล้เคียงกับค่าที่วัดได้เฉพาะในการขุดช่วงสุดท้ายเท่านั้นซึ่งการคิดคะเนนี้ไม่นำผลของน้ำหนักบรรทุกบนผิวดินมาเกี่ยวข้อง วิธีการก่อสร้างที่ เหมาะสมนั้นควรมีการติดตั้งหมุดวัดการทรุดตัวที่ผิวดินไว้โดยรอบสถานที่ก่อสร้างการติดตั้ง ค้ำยันและการอัดแรงควรรีบดำเนินการโดยเร็วยวดยานต่าง ๆ ในการก่อสร้างควรใช้ Platformเป็นเส้นทางขนส่งและการขุดดินควรมีการเว้นคันดินไว้โดยรอบบ่อขุดโดยเฉพาะการขุดดินในช่วงแรก

บรรณานุกรม :
พิพัฒน์ ศรีวัฒนพงศ์ . (2534). พฤติกรรมของระบบกำแพงกันดินชนิดเข็มพืดแบบใช้ค้ำยัน สำหรับงานขุดขนาดลึกในดินเหนียวอ่อนกรุงเทพ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พิพัฒน์ ศรีวัฒนพงศ์ . 2534. "พฤติกรรมของระบบกำแพงกันดินชนิดเข็มพืดแบบใช้ค้ำยัน สำหรับงานขุดขนาดลึกในดินเหนียวอ่อนกรุงเทพ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พิพัฒน์ ศรีวัฒนพงศ์ . "พฤติกรรมของระบบกำแพงกันดินชนิดเข็มพืดแบบใช้ค้ำยัน สำหรับงานขุดขนาดลึกในดินเหนียวอ่อนกรุงเทพ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2534. Print.
พิพัฒน์ ศรีวัฒนพงศ์ . พฤติกรรมของระบบกำแพงกันดินชนิดเข็มพืดแบบใช้ค้ำยัน สำหรับงานขุดขนาดลึกในดินเหนียวอ่อนกรุงเทพ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2534.