| ชื่อเรื่อง | : | ผลของหนังสืออ่านประกอบที่สร้างด้วยตนเองต่อพัฒนาการทางภาษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2 |
| นักวิจัย | : | สงกรานต์ วีระเจริญกิจ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2538 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=2425 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ความเป็นมา การดำเนินงานโครงการมุมหนังสือและห้องสมุดโรงเรียน ระดับประถมศึกษา ที่โรงเรียน ประถมศึกษาดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ปัญหาที่สำคัญที่สุด คือ การขาดแคลนหนังสือสำหรับ ให้นักเรียนได้อ่านหาความรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียน ทั้งนี้เนื่องจาก งบประมาณสนับสนุนของรัฐในแต่ละปีเฉลี่ยต่อนักเรียน 1 คน ประมาณ 10-20 บาท ซึ่งเมื่อ รวมทั้งโรงเรียนแล้ว สามารถนำไปจัดซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดหรือมุมหนังสือในห้องเรียน ได้จำนวนน้อย เมื่อเทียบกับราคาหนังสือที่จำหน่ายในท้องตลาด โดยเฉพาะกับหนังสือสำหรับ เด็กแล้ว การผลิตนอกจากจะผลิตจำนวนน้อยแล้ว ยังต้องพิถีพิถันคำนึงถึงการผลิตมากกว่าหนังสือ ประเภทอื่นๆ ทำให้หนังสือแต่ละเล่มมีราคาจำหน่ายที่สูง หลักสูตรประถมศึกษา พุทธศักราช 2521 (ฉบับปรับปรุง 2533) ได้กำหนดจุดประสงค์ในกลุ่ม ทักษะภาษาไทยด้านการเขียน คือ ให้ผู้เรียนมีทักษะด้านการเขียน สามารถใช้การเขียนสื่อสาร ถ่ายทอดให้บุคคลอื่นเข้าใจ และรับรู้ตามเจตนารมย์ของผู้เขียน สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ได้จัดให้มีการประกวดการสร้างหนังสือ อ่านประกอบจากนักเรียนเป็นผู้สร้าง โดยมุ่งหวัง 1) เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียน สนใจอ่านและเขียนภาษาไทย 2) สนับสนุนให้นักเรียนเป็นนักคิด นักเขียน แต่เยาว์วัย และ 3) พัฒนาทักษะทางภาษาของนักเรียนให้อ่านคล่อง เขียนคล่อง ยิ่งขึ้นด้วย การสอนให้นักเรียนสร้างหนังสืออ่านประกอบ นอกจากสนองต่อจุดประสงค์ของหลักสูตร และความต้องการของหน่วยงานแล้ว ผลที่ได้ยังทำให้ได้จำนวนหนังสือที่มากขึ้น อันจะทำให้ นักเรียนมีหนังสือสำหรับอ่านจำนวนมากขึ้นด้วย และ ผู้วิจัยสนใจที่จะศึกษาถึงรูปแบบการสอน 2 วิธี คือ การสอนการสร้างหนังสืออ่าน ประกอบที่ครูบอกกระบวนการในการสร้าง และการสอนการสร้างหนังสืออ่านประกอบที่ครูไม่บอก กระบวนการในการสร้าง จะส่งผลให้นักเรียนมีพัฒนาการทางภาษา และความสามารถในการสร้าง หนังสืออ่านประกอบต่างกันหรือไม่ ความมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า 1. เพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการทางภาษาของนักเรียนที่เรียนจากแผนการสอนการจัด กิจกรรมสร้างหนังสืออ่านประกอบที่ครูบอกกระบวนการในการสร้าง และของนักเรียนที่เรียน จากแผนการสอนที่ครูไม่บอกกระบวนการในการสร้าง 2. เพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการทางภาษาก่อนและหลังการเรียน ของนักเรียนทั้งสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่เรียนจากแผนการสอนการจัดกิจกรรมสร้างหนังสืออ่านประกอบที่ครูบอกกระบวนการ ในการสร้าง และกลุ่มที่เรียนตามแผนการสอนการจัดกิจกรรมสร้างหนังสืออ่านประกอบที่ครูไม่ บอกกระบวนการในการสร้าง 3. เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการสร้างหนังสืออ่านประกอบของนักเรียนที่เรียน จากแผนการสอนการจัดกิจกรรมสร้างหนังสืออ่านประกอบที่ครูบอกกระบวนการในการสร้าง และของนักเรียนที่เรียนจากแผนการสอนที่ครูไม่บอกกระบวนการในการสร้าง 4. เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการสร้างหนังสืออ่านประกอบก่อนและหลังการเรียน ของนักเรียนทั้งสองกลุ่มคือ กลุ่มที่เรียนตามแผนการสอนการจัดกิจกรรมสร้างหนังสืออ่าน ประกอบที่ครูบอกกระบวนการในการสร้าง และกลุ่มที่เรียนตามแผนการสอนการจัดกิจกรรมสร้าง หนังสืออ่านประกอบที่ครูไม่บอกกระบวนการในการสร้าง วิธีดำเนินการค้นคว้า กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการค้นคว้าครั้งนี้เป็นนักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ในชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2 จำนวน 81 คน โรงเรียนอนุบาลนครนายก จังหวัดนครนายก เครื่องมือที่ใช้ในการค้นคว้า คือ 1) แผนการสอนการจัดกิจกรรมหนังสืออ่านประกอบ ของนักเรียน 2 รูปแบบ คือ ครูบอกกระบวนการ และไม่บอกกระบวนการในการสร้าง 2) แบบวัด พัฒนาการทางภาษา 3) แบบวัดความสามารถในการสร้างหนังสืออ่านประกอบ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ข้อมูล ได้แก่ การวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม (ANCOVA) และ t-test ใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ทางสถิติ SPSS/PC(+) (Stalistical Package for Social Sciences) วิเคราะห์ข้อมูล ด้วยคอมพิวเตอร์ สรุปผลการค้นคว้า 1. นักเรียนกลุ่มที่ได้รับการสอนตามแผนการสอนการจัดกิจกรรมสร้างหนังสืออ่าน ประกอบที่ครูบอกกระบวนการในการสร้าง มีพัฒนาการทางภาษาสูงกว่านักเรียนกลุ่มที่ได้รับ การสอนตามแผนการสอนการจัดกิจกรรมสร้างหนังสืออ่านประกอบที่ครูไม่บอกกระบวนการในการ สร้างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .02 2. นักเรียนทั้งสองกลุ่ม มีพัฒนาการทางภาษาสูงขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3. นักเรียนกลุ่มที่ได้รับการสอนตามแผนการสอนการจัดกิจกรรมสร้างหนังสืออ่าน ประกอบที่ครูบอกกระบวนการในการสร้าง มีความสามารถในการสร้างหนังสืออ่านประกอบสูงกว่า นักเรียนกลุ่มที่ได้รับการสอนการจัดกิจกรรมสร้างหนังสืออ่านประกอบที่ครูไม่บอกกระบวนการ ในการสร้าง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .03 4. นักเรียนทั้งสองกลุ่ม มีความสามารถในการสร้างหนังสืออ่านประกอบสูงขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 |
| บรรณานุกรม | : |
สงกรานต์ วีระเจริญกิจ . (2538). ผลของหนังสืออ่านประกอบที่สร้างด้วยตนเองต่อพัฒนาการทางภาษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สงกรานต์ วีระเจริญกิจ . 2538. "ผลของหนังสืออ่านประกอบที่สร้างด้วยตนเองต่อพัฒนาการทางภาษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สงกรานต์ วีระเจริญกิจ . "ผลของหนังสืออ่านประกอบที่สร้างด้วยตนเองต่อพัฒนาการทางภาษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print. สงกรานต์ วีระเจริญกิจ . ผลของหนังสืออ่านประกอบที่สร้างด้วยตนเองต่อพัฒนาการทางภาษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.
|
