| ชื่อเรื่อง | : | EFFECTS OF PERCEIVED SELF-EFFICACY ENHANCEMENT OF THE ELDERLY IN CONTROLLING URINARY INCONTINENCE. |
| นักวิจัย | : | ภูรดา ยังวิลัย |
| คำค้น | : | การรับรู้ความสามารถตนเอง , การควบคุมอาการกลั้นปัสวะไม่อยู่ , ผู้สูงอายุ |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1042546000199 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง แบบศึกษา 2 กลุ่ม วัดซ้ำ เพื่อศึกษาผลของการส่งเสริมการรับรู้ความสามารถตนเองของผู้สูงอายุในการควบคุมอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุที่มีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดลพบุรี จำนวน 20 คน สุ่มตัวอย่างเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 10 คน กลุ่มทดลองได้รับการส่งเสริมการรับรู้ความสามารถตนเองที่บ้าน กลุ่มควบคุมได้รับวิธีปกติ ทำการวัดผลของการส่งเสริมการรับรู้ความสามารถตนเองด้วยแบบสัมภาษณ์การรับรู้ความสามารถตนเอง แบบสัมภาษณ์พฤติกรรมการควบคุมอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ และแบบประเมินความรุนแรงของอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำประเภทตัวแปรระหว่างกลุ่มหนึ่งตัวและตัวแปรภายในกลุมหนึ่งตัวและเปรียบเทียบพหุคูณโดยวิธีนิวแมน-คูลส์ ผลการวิจัยพบว่า มีปฎิสัมพันธ์ระหว่างวิธีการทดลองกับระยะเวลาการทดลองต่อการรับรู้ความสามารถตนเอง และพฤติกรรมการควบคุมอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผู้สูงอายุที่มีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ที่เข้าร่วมการส่งเสริมการรับรู้ความสามารถตนเอง มีการรับรู้ความสามารถตนเอง และพฤติกรรมการควบคุมอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หลังการทดลองเสร็่จสิ้นทันทีและหลังการทดลองเสร็จสิ้นหนึ่งเดือนสูงกว่าก่อนการทดลอง ส่วนหลังการทดลองเสร็จสิ้นทันทีและหลังการทดลองเสร็จสิ้นหนึ่งเดื่อนไม่แตกต่างกัน เมื่อเปรียบเทียบการรับรู้ความสามารถตนเอง และพฤติกรรมการควบคุมอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หลังการทดลองการส่งเสริมการรับรู้ความสามารถตนเองมีการรับรู้ความสามารถตนเอง และพฤติกรรมการควบคุมอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ทุกช่วงเวลาสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 มีปฎิสัมพันธ์ระหว่างวิธีการทดลองกับระยะเวลาการทดลองต่อความรุนแรงของอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผู้สูงอายุที่มีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ที่เข้าร่วมการส่งเสริมการรับรู้ความสามารถตนเองมีความรุนแรงของอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หลังการทดลองเสร็จสิ้นทันทีและหลังการทดลองเสร็จสิ้นหนึ่งเดือนกว่าก่อนการทดลอง ส่วนหลังการทดลองเสร็จสิ้นทันทีและหลังการทดลองเสร็จสิ้นหนึ่งเดือน ไม่แตกต่างกัน เมื่อเปรียบเทียบความรุนแรงของอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หลังการทดลองเสร็่จสิ้นทันทีและหลังการทดลองเสร็จสิ้นหนึ่งเดือนทั้งสองกลุ่ม พบว่ากลุ่มที่เข้าร่วมโปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้ความสามารถตนเองมความรุนแรงของอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ทั้งสองช่วงเวลาต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 การศึกษานี้แสดงให้เห็นแนวทางในการนำวิธีส่งเสริมการรับรู้ความสามารถตนเองไปประยุกต์ใช้ในการปฎบัติการพยาบาล เพื่อเพิ่มการรับรู้ความสามารถตนเองของผู้สูงอายุที่มีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ให้มีพฤติกรรมในการควบคุมอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ของตนเองได้ดีขึ้น และลดความรุนแรงของอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ให้น้อยลงได้ |
| บรรณานุกรม | : |
ภูรดา ยังวิลัย . (2546). EFFECTS OF PERCEIVED SELF-EFFICACY ENHANCEMENT OF THE ELDERLY IN CONTROLLING URINARY INCONTINENCE..
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ภูรดา ยังวิลัย . 2546. "EFFECTS OF PERCEIVED SELF-EFFICACY ENHANCEMENT OF THE ELDERLY IN CONTROLLING URINARY INCONTINENCE.".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ภูรดา ยังวิลัย . "EFFECTS OF PERCEIVED SELF-EFFICACY ENHANCEMENT OF THE ELDERLY IN CONTROLLING URINARY INCONTINENCE.."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. ภูรดา ยังวิลัย . EFFECTS OF PERCEIVED SELF-EFFICACY ENHANCEMENT OF THE ELDERLY IN CONTROLLING URINARY INCONTINENCE.. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
