| ชื่อเรื่อง | : | ศักยภาพการใช้ก๊าซชีวภาพในการขับเครื่องทำความเย็นสำหรับปรับอากาศในโรงเลี้ยงสุกร |
| นักวิจัย | : | สมประสงค์ นาคบุตร |
| คำค้น | : | ก๊าซชีวภาพ , การปรับอากาศในโรงเลี้ยงสุกร , เครื่องทำน้ำเย็นไฟฟ้า , เครื่องยนต์ก๊าซขับ , เครื่องทำน้ำเย็น , เครื่องทำน้ำเย็นแบบดูดกลืน , BIOGAS, ELECTRIC CHILLER, ENGINE-DRIVEN CHILLER, ABSORPTION CHILLER, AIR-CONDITIONING IN A PIGSTY |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=2098 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้ได้ศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการนำเอาระบบทำความเย็นแบบใช้เครื่อง ทำน้ำเย็นไฟฟ้าระบบที่ใช้เครื่องยนต์ก๊าซขับเครื่องทำน้ำเย็น และระบบทำความเย็นแบบ ดูดกลืนมาใช้ เพื่อการปรับสภาวะอากาศของโรงเลี้ยงสุกรเพื่อให้สุกรเจริญเติบโตได้ ผลตอบแทนดีที่สุด โดยใช้ก๊าซชีวภาพที่สามารถผลิตได้เองภายในฟาร์มเป็นเชื้อเพลิง จากการศึกษางานวิจัยที่ผ่านมาซึ่งได้ศึกษาโรงเลี้ยงสุกรแห่งเดียวกันนี้พบว่า อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ และความเร็วลมเฉลี่ยภายในโรงเลี้ยงคือ 30 (+,ฐ)C, และ 0.1 m/s ตามลำดับ ซึ่งไม่ใช่สภาวะที่สุกรเจริญเติบโตได้ดีที่สุด ซึ่งก็คือ 21 (+,ฐ)C ความชื้นสัมพัทธ์ 70% และความเร็วลม 0.25 m/s ซึ่งถ้าปรับสภาวะโรงเรือน ให้ได้ค่าดังกล่าวจะมีค่าภาระความร้อนสูงสุดเท่ากับ 826.03 kW ซึ่งการลงทุนปรับ สภาวะให้ถึงขั้นนี้ต้องใช้เงินลงทุนสูง ซึ่งวิเคราะห์ดูแล้วไม่คุ้มค่ากับการลงทุน จึงได้ปรับเพิ่มอุณหภูมิการเลี้ยงเป็น 26 (+,ฐ)C ซึ่งใช้เงินลงต่ำกว่า วิเคราะห์ ได้ค่าภาระความร้อนสูงสุดเท่ากับ 522.02 kW ซึ่งยังมีค่าสูงเกินไปที่จะคุ้มกับการ ลงทุน จึงศึกษาปรับปรุงโรงเลี้ยงเพื่อลดภาระความร้อนซึ่งเสนอไว้ 2 วิธีคือ วิธีที่ 1 ลดภาระอากาศรั่วด้วยการเปลี่ยนแผ่นพลาสติกที่ใช้ทำฝ้าเพดานซึ่งมีการฉีกขาดใหม่ และวิธีที่ 2 ลดภาระความร้อนที่ผ่านหลังคาด้วยการติดแผ่นสะท้อนรังสีใต้หลังคา เมื่อทำการปรับปรุงตาม 2 วิธีดังกล่าวแล้วจะสามารถลดความร้อนลงได้ 94.49 kW และ 86.52 kW ตามลำดับ ทำให้ค่าภาระความร้อนลดลงเหลือ 731.54 และ 435.5 kW เมื่ออุณหภูมิโรงเรือนเป็น 21 และ 26 (+,ฐ)C ตามลำดับ ที่ค่าภาระดังกล่าวพบว่า ระบบทำความเย็นแบบระเหยที่ใช้อยู่ในปัจจุบันหรือที่จะปรับปรุงโดยการเพิ่มพื้นผิวเปียก หรือการใช้น้ำเย็นมาฉีดสเปรย์นั้นไม่สามารถทำให้สภาวะอากาศภายในโรงเลี้ยงเป็นไป ตามที่ต้องการได้ จึงได้ทำการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเครื่องทำน้ำเย็นมาผลิต ลมเย็นส่งให้โรงเลี้ยง ซึ่งการที่จะนำระบบดังกล่าวมาใช้มีความจำเป็นจะต้องทำการ ปรับปรุงโดยการปิดผนังด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งติดตั้งระบบทำความเย็นแบบ ระเหยเดิม เมื่อทำการปรับปรุงผนังและวิเคราะห์ภาระความร้อนใหม่ที่เกิดขึ้น พบว่าจะต้องใช้เครื่องทำน้ำเย็นขนาด 784.89 kW (223.04 ตันความเย็น) และ 473.13 kW (134.44 ตันความเย็น) ในการผลิตอากาศเย็น เพื่อรองรับภาระความร้อน ดังกล่าว เมื่อที่อุณหภูมิการเลี้ยงเป็น 21 และ 26 (+,ฐ)C ตามลำดับ จากการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเครื่องทำน้ำเย็นแบบใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้ใน ฟาร์มขับ และแบบที่ใช้เครื่องทำความเย็นแบบดูดกลืนมาผลิตลมเย็นส่งให้โรงเลี้ยงนั้น ไม่พบว่ามีระบบใดใน 3 ระบบที่ทำการศึกษามีความเหมาะสมและคุ้มค่าต่อการลงทุน โดยมีระยะเวลาคืนทุนมากกว่า 15 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ ดังนั้น จึงเห็นว่าพิจารณาปรับปรุงระบบแบบระเหยเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจบัน ซึ่งคาดว่า จะให้ผลตอบแทนได้คุ้มกว่า |
| บรรณานุกรม | : |
สมประสงค์ นาคบุตร . (2545). ศักยภาพการใช้ก๊าซชีวภาพในการขับเครื่องทำความเย็นสำหรับปรับอากาศในโรงเลี้ยงสุกร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมประสงค์ นาคบุตร . 2545. "ศักยภาพการใช้ก๊าซชีวภาพในการขับเครื่องทำความเย็นสำหรับปรับอากาศในโรงเลี้ยงสุกร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมประสงค์ นาคบุตร . "ศักยภาพการใช้ก๊าซชีวภาพในการขับเครื่องทำความเย็นสำหรับปรับอากาศในโรงเลี้ยงสุกร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. สมประสงค์ นาคบุตร . ศักยภาพการใช้ก๊าซชีวภาพในการขับเครื่องทำความเย็นสำหรับปรับอากาศในโรงเลี้ยงสุกร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
