ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ของสารหลั่งจากรากข้าวที่มีผลต่อการผลิตก๊าซมีเทน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ของสารหลั่งจากรากข้าวที่มีผลต่อการผลิตก๊าซมีเทน
นักวิจัย : ไตรมิตร ใจบรรจง
คำค้น : น้ำตาลกลูโคส , น้ำตาลฟรุคโตส , น้ำตาลซูโครส , กรดอะซิติก , กรดโพรพิออนิก , กรดบิวไทริก , สารหลั่งจากรากข้าว , การผลิตก๊าซมีเทน , GLUCOSE , FRUCTOSE , SUCROSE , ACETIC ACID , PROPIONIC ACID , BUTYRIC ACID , RICE ROOT EXUDATE , METHANE PRODUCTION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=2093
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์นี้เป็นการศึกษาความสัมพันธ์ของสารหลั่งจากรากข้าวต่อการผลิต ก๊าซมีเทน โดยศึกษาปริมาณสารหลั่งจากรากข้าว 5 พันธุ์ ได้แก่พันธุ์สุพรรณบุรี 1 สุพรรณบุรี 60 สุพรรณบุรี 90 ชัยนาท 1 และ กข 15 ที่ปลูกโดยวิธี Sand-ponic ใช้สารละลายธาตุอาหารสูตรมาตรฐาน Hoaglands เก็บตัวอย่างสารหลั่งจากรากข้าว ที่ใช้ปลูกข้าวทุกๆ 7 วัน และนำมาวิเคราะห์ปริมาณ Reducing sugar โดยวิธี Somogyi และ Nelson และกรดอินทรีย์ โดย Gas Chromatography (GC/FID) สำหรับ การศึกษาความสัมพันธ์ของสารหลั่งจากรากข้าวต่อการผลิตก๊าซมีเทนนั้น โดยใช้น้ำตาล 3 ชนิด คือ น้ำตาลกลูโคส ฟรุคโตส และซูโครส ความเข้มข้น 0, 50, 100 และ 150 ppb และกรดอินทรีย์ 3 ชนิด คือ กรดอะซิติก โพรพิออนิก และบิวไทริก ความเข้มข้น 0, 300, 900 และ 2,700 ppm โดยใช้จุลินทรีย์จากดินที่ใช้ปลูกข้าวในอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ผลการศึกษา พบว่าถึงแม้ปริมาณ Reducing sugar จากสารหลั่งรากข้าวทุกพันธุ์จะแตกต่างกัน แต่ประมาณ Reducing sugar ของข้าวทุกพันธุ์จะเพิ่มขึ้นในระยะ Reproductive และ Ripening นอกจากนี้ยังพบ Reducing sugar ของข้าวพันธุ์สุพรรณบุรี 60 ในระยะ Ripening สูงสุดเท่ากับ 86.19 ไมโครกรัมต่อต้น สำหรับปริมาณกรดอินทรีย์รวม (กรดอะซิติก กรดโพรพิออนิก และกรดบิวไทริก) พบว่ามีการหลั่งจากรากมากในระยะ Ripening โดยพบจากรากข้าวพันธุ์สุพรรณบุรี 60 มากที่สุด ซึ่งปริมาณกรดอินทรีย์รวม นี้สอดคล้องกับปริมาณ Reducing sugar ที่พบในระยะเดียวกัน ส่วนผลการศึกษา อิทธิพลของน้ำตาลและกรดอินทรีย์ต่อการผลิตก๊าซมีเทน พบว่าน้ำตาลทั้ง 3 ชนิดส่งเสริม ให้มีการผลิตก๊าซมีเทนต่างกัน โดยน้ำตาลกลูโคสนอกจากจะส่งเสริมการผลิตก๊าซมีเทน มากที่สุดแล้วยังสามารถเร่งการผลิตก๊าซมีเทนได้ดีกว่าน้ำตาลซูโครสและฟรุคโตส การใช้น้ำตาลกลูโคสและซูโครสความเข้มข้นสูงขึ้นทำให้การผลิตก๊าซมีเทนเพิ่มมากขึ้น ส่วนการใช้น้ำตาลฟรุคโตสความเข้มข้นสูงขึ้นไม่ทำให้การผลิตก๊าซมีเทนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าการใช้กรดอะซิติกทำให้มีการผลิตก๊าซมีเทนได้เร็วกว่ากรดอีก 2 ชนิด โดยกรดอะซิติกความเข้มข้น 300 ppm จะส่งเสริมให้มีการผลิตก๊าซมีเทน มากกว่าการใช้ความเข้มข้น 2,700 ppm ถึงแม้ว่าการใช้กรดโพรพิออนิกจะส่งเสริม การผลิตก๊าซมีเทนน้อย แต่การใช้กรดโพรพิออนิกความเข้มข้นสูงขึ้นจะทำให้มีการผลิต ก๊าซมีเทนได้เร็วขึ้น ส่วนกรดบิวไทริกจะส่งเสริมให้มีการผลิตก๊าซมีเทนเพิ่มขึ้นได้ ช้าในช่วงแรก แต่จะส่งเสริมการผลิตก๊าซมีเทนในวันที่ 21 ของการทดลอง

บรรณานุกรม :
ไตรมิตร ใจบรรจง . (2545). ความสัมพันธ์ของสารหลั่งจากรากข้าวที่มีผลต่อการผลิตก๊าซมีเทน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ไตรมิตร ใจบรรจง . 2545. "ความสัมพันธ์ของสารหลั่งจากรากข้าวที่มีผลต่อการผลิตก๊าซมีเทน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ไตรมิตร ใจบรรจง . "ความสัมพันธ์ของสารหลั่งจากรากข้าวที่มีผลต่อการผลิตก๊าซมีเทน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
ไตรมิตร ใจบรรจง . ความสัมพันธ์ของสารหลั่งจากรากข้าวที่มีผลต่อการผลิตก๊าซมีเทน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.