ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ประเมินการนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้ในอุตสาหกรรมนม

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ประเมินการนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้ในอุตสาหกรรมนม
นักวิจัย : พัชรี ธรรมเดชศักดิ์
คำค้น : อุตสาหกรรมนม , ระบบบำบัดน้ำเสีย , เทคโนโลยีสะอาด , การลดปริมาณของเสีย , MILK INDUSTRY , WASTEWATER TREATMENT , CLEANER PRODUCTION , WASTE MINIMIZATION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=2086
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปริมาณการใช้ทรัพยากร และพลังงานตลอดจนปริมาณมลพิษที่เกิดขึ้น รวมถึงประสิทธิภาพของระบบบำบัดมลพิษ (น้ำเสีย) ของอุตสาหกรรมนม เพื่อให้เกิดการพัฒนาการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อนำไปสู่การใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่าที่สุดและเกิดมลพิษน้อยที่สุด โดยเลือกศึกษาในโรงงานอุตสาหกรรมนม 3 โรงงาน ที่มีการผลิตนมสดพาสเจอร์ไรซ์ เป็นหลักโดยมีขนาดกำลังการผลิตจัดอยู่ในกลุ่มโรงงานขนาดเล็ก (4.88 ตัน/วัน) โรงงานขนาดกลาง (17.42 ตัน/วัน) และโรงงานขนาดใหญ่ (70.08 ตัน/วัน) จากการศึกษาพบว่าปริมาณการใช้น้ำต่อปริมาณน้ำนมดิบที่ใช้ในการผลิต ของโรงงานขนาดใหญ่มีค่าสูงสุด คือ 7.95 ลบ.ม./ตันน้ำนมดิบ และมีปริมาณน้ำเสียต่อปริมาณน้ำนมดิบที่ใช้ผลิตสูงสุดเช่นกันคือ 6.11 ลบ.ม./ตันน้ำนมดิบ โดยน้ำเสียส่วนใหญ่เกิดจากการล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ และเครื่องมือต่าง ๆ และปริมาณน้ำนมที่สูญเสียไปในระหว่างการผลิตนั้น โรงงานขนาดใหญ่มีการสูญเสียสูงสุดคือร้อยละ 6.66 ขณะที่โรงงานขนาดเล็ก มีการสูญเสียในปริมาณต่ำสุดเพียงร้อยละ 1.14 น้ำนมสูญเสียส่วนใหญ่ เกิดจากการหกหล่นของน้ำนม การทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพ และผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุ ส่วนการใช้พลังงานนั้นในโรงงานขนาดเล็ก มีการใช้พลังงานต่อผลิตภัณฑ์สูงสุดคือ 1.977 เมกกะจูลต่อลิตรผลิตภัณฑ์ ขณะที่โรงงานขนาดกลางมีการใช้พลังงานต่ำสุดเท่ากับ 0.829 เมกกะจูลต่อลิตรภัณฑ์ สำหรับคุณสมบัติน้ำเสียรวมจากส่วนรวมผลิตของโรงงานขนาดใหญ่มีค่าสูงสุด โดยค่าความสกปรกที่เกิดขึ้นสูงถึง 10.84 กิโลกรัม/ตันน้ำนมดิบที่ใช้ในการผลิต โรงงานขนาดใหญ่ใช้ระบบบำบัดแบบเลี้ยงตะกอนเร่ง ซึ่งมีประสิทธิภาพในการบำบัด BOD 99.16% จากการศึกษาข้างต้นทำให้ทราบว่า การใช้ทรัพยากรและพลังงาน รวมถึงมลพิษที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิตและขนาดของกำลังการผลิตเป็นหลัก รวมทั้งในอุตสาหกรรมนมมีการใช้น้ำในการทำความสะอาดเป็นจำนวนมาก และน้ำเสียที่เกิดขึ้นจะมีการปนเปื้อนของน้ำนมดิบและผลิตภัณฑ์เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการนำเอาเทคโนโลยีสะอาดมาใช้คงต้องมุ่งเน้นที่การใช้น้ำ และพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมที่สุดเป็นหลัก รวมถึงการพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อให้เกิดการสูญเสียน้ำนมน้อยที่สุด เช่น การพัฒนาระบบการล้างด้วยการติดตั้งหัวฉีดเพิ่มแรงดันและวาล์วเปิดปิดที่สายยาง ซึ่งสามารถลดการใช้น้ำได้ 50 % การใช้ระบบอัตโนมัติในการควบคุมการใช้น้ำ น้ำนมและการใช้ไฟฟ้า การหมุนเวียนน้ำนมสูญเสียและน้ำกลับมาใช้ใหม่ นอกจากนี้การใช้ฉนวนกันความร้อนอาจประหยัดพลังงานได้ 90 %

บรรณานุกรม :
พัชรี ธรรมเดชศักดิ์ . (2545). ประเมินการนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้ในอุตสาหกรรมนม.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พัชรี ธรรมเดชศักดิ์ . 2545. "ประเมินการนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้ในอุตสาหกรรมนม".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พัชรี ธรรมเดชศักดิ์ . "ประเมินการนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้ในอุตสาหกรรมนม."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
พัชรี ธรรมเดชศักดิ์ . ประเมินการนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้ในอุตสาหกรรมนม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.