ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

อิทธิพลของรูปแบบพัลส์ต่อรูปร่างแนวเชื่อมของการเชื่อมอาร์กโลหะแก๊สคลุม

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : อิทธิพลของรูปแบบพัลส์ต่อรูปร่างแนวเชื่อมของการเชื่อมอาร์กโลหะแก๊สคลุม
นักวิจัย : ประวัติ เต็มรัตน์
คำค้น : กระแสพัลส์ , อาร์ก , ความถี่ , ความกว้างพัลส์ , วงรอบพัลส์ , การถ่ายโอนโลหะ , Pulse current, Arc, Frequency, Pulse width, Pulse cycle, Metal transfer
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1945
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

กระบวนการเชื่อมเป็นเทคโนโลยีวิธีหนึ่งที่นำมาใช้สำหรับการผลิตชิ้นส่วน ในอุตสาหกรรมรถยนต์โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการเชื่อมอาร์กโลหะแก๊สคลุม (Gas Metal Arc Welding:GMAW) ในปัจจุบันได้มีการนำกระแสพัลส์มาใช้ในการเชื่อม GMAW เพื่อให้คุณภาพของการเชื่อมดียิ่งขึ้นซึ่งผลกระทบของลักษณะรูปแบบพัลส์ ที่มีต่อรูปร่างแนวเชื่อมเป็นสิ่งที่สนใจและยังไม่มีการรายงานที่แสดงถึงการ เปลี่ยนแปลงรูปแบบพัลส์มาก่อน ดังนั้นในการศึกษานี้จะศึกษาถึงอิทธิพลของตัวแปร การเชื่อมของกระแสพัลส์ (Pulse current) เช่นกระแสสูงสุด (Peak current: I(,p)) ช่างเวลากระแสสูงสุด (Peak time: t(,p)) กระแสต่ำ (Background current:I(,G)) ช่วงเวลากระแสต่ำ (Background time: t(,G)) และความถี่ของกระแสพัลส์ที่มีผลต่อ การเปลี่ยนรูปร่างของแนวเชื่อมเพื่อให้แนวเชื่อมมีความสมบูรณ์มากที่สุด ในการเชื่อม GMAW ด้วยกระแสพัลส์เป็นการยากอย่างยิ่งที่จะเลือกตัวแปรกระแสพัลส์ ให้มีความสัมพันธ์และเหมาะสมกับตัวแปรของการเชื่อม ดังนั้นในการวิจัยนี้สนใจที่ ศึกษารูปแบบพัลส์ที่เปลี่ยนแปลงไปของช่วงเวลากระแสสูงสุดหรือเรียกว่า ความกว้างพัลส์ (Pulse width) ที่ความถี่เพิ่มขึ้นในการดำเนินงานวิจัยใช้ กระบวนการเชื่อมอาร์กโลหะแก๊สคลุมด้วยกระแสพัลส์ (GMAW-P) ทำการเชื่อมชิ้นงาน 2 รูปแบบ คือการเชื่อมแบบเดินแนวบนชิ้นงาน (Bead-on-Plate) และการเชื่อม แบบรอยต่อชน (Butt joint) ของชิ้นงาน SAPH - 440 ด้วยลวดเชื่อมตามมาตรฐาน ANIS/AWS A5.18:ER 70S-6 โดยใช้แก๊สผสม 2 ชนิดระหว่างแก๊สอาร์กอน 82 เปอร์เซ็นต์ และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ 18 เปอร์เซ็นต์ เป็นแก๊สคลุม โดยกำหนดให้ตัวแปร การเชื่อมอื่นๆ เช่น ระยะอาร์ก ความเร็วการเชื่อมและความเร็วการป้อนลวดคงที่ และปรับตัวแปรกระแสพัลส์ให้มีค่ากระแสสูงสุด 450 แอมแปร์ และกระแสต่ำสุด 150 แอมแปร์ จากนั้นทำการปรับเปลี่ยนความกว้างพัลส์ในช่วง 20, 40, 60, 80, และ 100 เปอร์เซ็นต์ ของวงรอบพัลส์ที่ความถี่ต่าง ๆ คือ 100, 200 และ 300 เฮิร์ต ตามลำดับสำหรับการเชื่อมแบบเดินแนวบนชิ้นงานและ ปรับเปลี่ยนความกว้างพัลส์ ในช่วง 60, 70, 80, 90 และ 100 เปอร์เซ็นต์ ของวงรอบพัลส์ที่ความถี่ 200 เฮิร์ต สำหรับการเชื่อมชิ้นงานแบบรอยต่อชน จากนั้นทำการวิเคราะห์โดยศึกษาอิทธิพลของ ความกว้างพัลส์และความถี่ ที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงรูปร่างแนวเชื่อมของ ขนาดความลึก ความกว้างและความนูน ผลของการตรวจสอบโครงสร้างมหภาคพบว่าความกว้างพัลส์ (หรือช่วงเวลากระแส สูงสุด) และความถี่เพิ่มขึ้น ทำให้รูปร่างของแนวเชื่อมมีขนาดของการหลอมลึก มากขึ้น ในขณะที่ความกว้างมีแนวโน้มลดลงและความนูนเกิดการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก เพราะว่าพลังงานกระแสพัลส์มีเพิ่มขึ้นทำให้การหลอมลวดเชื่อมเป็นหยดโลหะมี ขนาดเล็กและจำนวนหยดมาก ซึ่งการปรับเปลี่ยนตัวแปรของกระแสพัลส์สามารถควบคุม รูปร่างแนวเชื่อมและให้แนวเชื่อมมีคุณภาพที่เหมาะสม จากการทดลองพบว่าความกว้าง พัลส์ที่มีค่า 80 เปอร์เซ็นต์ของวงรอบพัลส์ ความถี่ 200 เฮิร์ต มีความเหมาะสม ที่สุดสำหรับการเชื่อมประกอบเสื้อเพลาท้ายรถยนต์

บรรณานุกรม :
ประวัติ เต็มรัตน์ . (2545). อิทธิพลของรูปแบบพัลส์ต่อรูปร่างแนวเชื่อมของการเชื่อมอาร์กโลหะแก๊สคลุม.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ประวัติ เต็มรัตน์ . 2545. "อิทธิพลของรูปแบบพัลส์ต่อรูปร่างแนวเชื่อมของการเชื่อมอาร์กโลหะแก๊สคลุม".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ประวัติ เต็มรัตน์ . "อิทธิพลของรูปแบบพัลส์ต่อรูปร่างแนวเชื่อมของการเชื่อมอาร์กโลหะแก๊สคลุม."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
ประวัติ เต็มรัตน์ . อิทธิพลของรูปแบบพัลส์ต่อรูปร่างแนวเชื่อมของการเชื่อมอาร์กโลหะแก๊สคลุม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.