ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาและปรับปรุงสมรรถนะของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนที่ใช้แก๊สโซฮอล์เป็นเชื้อเพลิง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาและปรับปรุงสมรรถนะของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนที่ใช้แก๊สโซฮอล์เป็นเชื้อเพลิง
นักวิจัย : อนนต์ นามประกาย
คำค้น : เครื่องยนต์แก๊สโซลีน , แก๊สโซฮอล์ , สมรรถนะ , คาร์บูเรเตอร์ , องศาจุดระเบิด , GASOLINE ENGINE , GASOHOL , PERFORMANCE , CARBURETOR , SPARK-IGNITION DEGREE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=2106
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้ได้ศึกษาและปรับปรุงสมรรถนะเครื่องยนต์แก๊สโซลีนที่ใช้แก๊ส โซฮอล์เป็นเชื้อเพลิงเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์ที่ใช้แก๊สโซลีนเดิมเป็นเชื้อเพลิง โดยใช้เครื่องยนต์ MITSUBISHI รุ่น G 13 BEP 7606 เป็นเครื่องที่ศึกษา ซึ่งได้ทำการทดสอบสมรรถนะของเครื่องยนต์โดยใช้แก๊สโซลีนเป็นเชื้อเพลิงก่อน จากนั้นจะใช้เครื่องยนต์เครื่องเดียวกัน ทดสอบแก๊สโซลีนผสมเอทานอลบริสุทธิ์ 99.5 % ในอัตราส่วน E 10, E 15, E 20, E 25, E 30 และ E 40 โดยการทดสอบ นั้นได้เปลี่ยนแปลงความเร็วรอบตั้งแต่ 1500 ถึง 6000 rpm ซึ่งให้ภาระงานเต็มที่ (Full Load) และจะใช้เชื้อเพลิง 200 cc. ต่อครั้ง เครื่องทดสอบสมรรถนะซึ่งใช้ EDDY CURRENT TEST BED และใช้ Oliver K 9000 เป็นอุปกรณ์วิเคราะห์ก๊าซไอเสีย ผลการทดสอบพบว่าที่อัตราส่วน E 30 ให้ค่าแรงบิด (Torque) สูงสุด 96 N-m กำลังงาน เบรคสูงสุด 45.5 kW และมีคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ต่ำสุดเฉลี่ย 2.28 % Vol. และ ไฮโดรคาร์บอน (HC) ต่ำสุดเฉลี่ย 273 ppm. Vol. จึงเลือกอัตราส่วน E 30 เพราะมี แนวโน้มให้สมรรถนะสูงสุดและมลพิษต่ำที่สุดและได้นำเครื่องยนต์มาดัดแปลง โดยการ ดัดแปลงเครื่องยนต์ได้เปลี่ยน Main Jet ในคาร์บูเรเตอร์จากเบอร์ 102 และ 155 เพิ่มขึ้นเป็น 115 และ 160 ตามลำดับ เพื่อให้อัตราส่วนอากาศกับเชื้อเพลิงเฉลี่ย ประมาณ 12.85 : 1 และปรับตั้งองศาการจุดระเบิดที่ 12(+,ฐ) ก่อนศูนย์ตายบน (Before Top Dead Center, BT.D.C.) ที่ 850 rpm ผลการทดสอบสมรรถนะของ เครื่องยนต์แก๊สโซลีนเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์ที่ดัดแปลงใช้อัตราส่วน E 30 พบว่า เครื่องยนต์ซึ่งใช้ E 30 ให้ค่าแรงบิดเฉลี่ยสูงกว่าประมาณ 2 % กำลังงานเบรค เฉลี่ยสูงกว่าประมาณ 4 % ประสิทธิภาพเชิงความร้อนเบรคสูงกว่าประมาณ 20 % อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจำเพาะเบรคลดลงเมื่อเทียบเป็นพลังงานโดยเฉลี่ยประมาณ 3 % ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ ลดลง 60-70 % และไฮโดรคาร์บอนลดลง 26 % และจากการทดสอบเครื่องยนต์ที่ใช้อัตราส่วน E 30 พบว่าเครื่องยนต์ทำงานเรียบ อาการสั่นน้อย แรงบิด และกำลังงานเบรคมีค่าสูงกว่าเครื่องยนต์ที่ใช้แก๊สโซลีน เล็กน้อย ทั้งนี้เพราะเครื่องยนต์ที่ใช้ E 30 มีประสิทธิภาพเชิงปริมาตรสูงกว่าและ ค่าออกเทนของเชื้อเพลิงสูงกว่า จึงสามารถเพิ่มเวลาการเผาไหม้ ให้เหมาะสมมากขึ้น โดยจากการที่ได้ปรับองศาการจุดระเบิดก่อนศูนย์ตายบนมากขึ้น มีผลให้เครื่องยนต์ เกิดเผาไหม้สมบูรณ์ขึ้น ประสิทธิภาพเชิงความร้อนเบรคสูงขึ้นจึงประหยัดเชื้อเพลิง กว่าแก๊สโซลีนเมื่อเทียบในเทอมพลังงาน

บรรณานุกรม :
อนนต์ นามประกาย . (2545). การศึกษาและปรับปรุงสมรรถนะของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนที่ใช้แก๊สโซฮอล์เป็นเชื้อเพลิง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อนนต์ นามประกาย . 2545. "การศึกษาและปรับปรุงสมรรถนะของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนที่ใช้แก๊สโซฮอล์เป็นเชื้อเพลิง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อนนต์ นามประกาย . "การศึกษาและปรับปรุงสมรรถนะของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนที่ใช้แก๊สโซฮอล์เป็นเชื้อเพลิง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
อนนต์ นามประกาย . การศึกษาและปรับปรุงสมรรถนะของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนที่ใช้แก๊สโซฮอล์เป็นเชื้อเพลิง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.