| ชื่อเรื่อง | : | ผลกระทบของแคลเซียมคลอไรด์ในคอนกรีตที่ใช้กากแคลเซียมคาร์ไบด์และเถ้าแกลบ เป็นวัสดุประสาน |
| นักวิจัย | : | ศราวุธ เริงฤทธิ์ |
| คำค้น | : | กากแคลเซียมคาร์ไบด์ , เถ้าแกลบ , แคลเซียมคลอไรด์ , วัสดุประสาน , สารผสมเพิ่ม , CALCIUM CARBIDE RESIDUE , RICE HUSK ASH , CALCIUM CHORIDE , CEMENTITIOUS MATERIAL , ADMIXTURES |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1700 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์นี้เป็นการศึกษาผลกระทบของแคลเซียมคลอไรด์ที่มีต่อกำลังอัดของคอนกรีต ที่ใช้กากแคลเซียมคาร์ไบด์ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการผลิตก๊าซอเซทิลีนมาผสมกับเถ้าแกลบ เพื่อเป็นวัสดุประสานแทนปูนซีเมนต์ โดยมีอัตราส่วนผสมระหว่างกากแคลเซียมคาร์ไบด์ต่อ เถ้าแกลบเท่ากับ 50:50 โดยน้ำหนัก ทั้งนี้กากแคลเซียมคาร์ไบด์ที่ใช้ในการทดสอบได้บด ละเอียดโดยกำหนดความละเอียดจากปริมาณที่ค้างบนตะแกรงมาตรฐานเบอร์ 325 ไม่เกิน ร้อยละ 30 โดยน้ำหนัก ส่วนเถ้าแกลบได้จากการเผาแกลบข้าวในระบบเปิดแล้วนำไปบดจน ละเอียด โดยกำหนดปริมาณที่ค้างบนตะแกรงมาตรฐานเบอร์ 325 ไม่เกินร้อยละ 10 โดยน้ำหนัก หลังจากนั้นจึงทดสอบคุณสมบัติทางเคมีและกายภาพของวัสดุทั้งสองชนิด และใช้เป็นวัสดุ ประสานเพื่อหล่อคอนกรีตรูปทรงกระบอกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เซนติเมตร สูง 20 เซนติเมตร ทำการทดสอบกำลังอัดที่อายุ 1, 3, 7, 14, 28, 60, 90 และ 180 วัน นอกจากนี้ยังทำการวัด ค่าโมดูลัสยืดหยุ่นของคอนกรีตที่อายุ 28 และ 180 วันด้วย ผลการทดสอบพบว่าเพสต์ที่ใช้กากแคลเซียมคาร์ไบด์และเถ้าแกลบเป็นวัสดุประสาน มีระยะเวลาการก่อตัวที่นานกว่าเพสต์ที่ใช้ปูนซีเมนต์เป็นวัสดุประสานมาก นอกจากนี้กำลัง อัดของคอนกรีตที่ใช้กากแคลเซียมคาร์ไบด์และเถ้าแกลบเป็นวัสดุประสาน มีค่าต่ำกว่า คอนกรีตที่ใช้ปูนซีเมนต์เป็นวัสดุประสาน โดยมีกำลังอัดที่อายุ 28 วัน ประมาณร้อยละ 25 ของคอนกรีตที่ใช้ปูนซีเมนต์เป็นวัสดุประสานในอัตราส่วนผสมเดียวกัน และกำลังอัดสูงสุด ที่อายุ 28 วันมีค่าเท่ากับ 177 กก./ซม.(2) คอนกรีตที่ใช้กากแคลเซียมคาร์ไบด์และเถ้าแกลบ เป็นวัสดุประสานมีการพัฒนากำลังอัดจนกระทั่งมีอายุ 180 วัน โดยมีกำลังอัดสูงสุดเท่ากับ 192 กก./ซม.(2) เมื่อเปรียบเทียบการพัฒนากำลังอัดของคอนกรีตที่ใช้กากแคลเซียมคาร์ไบด์ และเถ้าแกลบกับคอนกรีตปกติพบว่า การพัฒนากำลังอัดจะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันกล่าวคือ อัตราการพัฒนากำลังอัดในช่วงอายุก่อน 14 วันจะสูง และอัตราการพัฒนาลดลงเมื่ออายุของ คอนกรีตมากขึ้น นอกจากนั้นผลการทดลองยังแสดงให้เห็นว่า กำลังอัดของคอนกรีตที่ใช้กาก แคลเซียมคาร์ไบด์และเถ้าแกลบเป็นวัสดุประสานจะสูงขึ้นเมื่ออัตราส่วนน้ำต่อวัสดุประสาน ลดลง และการใช้แคลเซียมคลอไรด์ผสมเพิ่มในคอนกรีตทำให้คอนกรีตมีค่ายุบตัวเพิ่มขึ้น, ระยะเวลาการก่อตัวทั้งเริ่มต้นและระยะปลายนานขึ้น และกำลังอัดของคอนกรีตลดลงตาม ปริมาณแคลเซียมคลอไรด์ที่เพิ่มขึ้น จากการทดสอบค่าโมดูลัสยืดหยุ่นของคอนกรีตพบว่า คอนกรีตที่ใช้กากแคลเซียมคาร์ไบด์และเถ้าแกลบเป็นวัสดุประสานมีค่าใกล้เคียงกับคอนกรีต ที่ใช้ปูนซีเมนต์เป็นวัสดุประสานเมื่อกำลังอัดใกล้เคียงกัน แต่จะมีค่าต่ำกว่าในกรณีที่มี การใช้แคลเซียมคลอไรด์เป็นสารผสมเพิ่ม โดยจะมีค่าต่ำลงตามปริมาณแคลเซียมคลอไรด์ ที่เพิ่มขึ้น จากการศึกษาพบว่าคอนกรีตมีค่ากำลังอัดสูงในระดับหนึ่งโดยไม่ต้องอาศัย ปูนซีเมนต์เป็นวัสดุประสาน และเป็นค่ากำลังอัดที่สูงพอที่จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างบาง ประเภทได้ |
| บรรณานุกรม | : |
ศราวุธ เริงฤทธิ์ . (2544). ผลกระทบของแคลเซียมคลอไรด์ในคอนกรีตที่ใช้กากแคลเซียมคาร์ไบด์และเถ้าแกลบ เป็นวัสดุประสาน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศราวุธ เริงฤทธิ์ . 2544. "ผลกระทบของแคลเซียมคลอไรด์ในคอนกรีตที่ใช้กากแคลเซียมคาร์ไบด์และเถ้าแกลบ เป็นวัสดุประสาน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศราวุธ เริงฤทธิ์ . "ผลกระทบของแคลเซียมคลอไรด์ในคอนกรีตที่ใช้กากแคลเซียมคาร์ไบด์และเถ้าแกลบ เป็นวัสดุประสาน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. ศราวุธ เริงฤทธิ์ . ผลกระทบของแคลเซียมคลอไรด์ในคอนกรีตที่ใช้กากแคลเซียมคาร์ไบด์และเถ้าแกลบ เป็นวัสดุประสาน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
