ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาแรงกระทำระหว่างยางกับสารตัวเติมในคอมโพสิทและวัลคาไนเซทของยางผสม

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาแรงกระทำระหว่างยางกับสารตัวเติมในคอมโพสิทและวัลคาไนเซทของยางผสม
นักวิจัย : สราวุฒิ ด่านเฉลิมวงศ์
คำค้น : บาด์วรับเบอร์ , ค่าทอร์ค , สมบัติทางไดนามิกส์ , สมบัติเชิงกล , คอมโพสิท , วัลคาไนเซท , BOUND RUBBER , RHEOMETRIC TORQUE , DYNAMIC PROPERTIES , MECHANICAL PROPERTIES , COMPOSITES , VULCANIZATES
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1562
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาแรงกระทำระหว่างยางกับสารตัวเติมของคอมโพสิทของยางผสม ระหว่างยางไนไตรล์กับยางธรรมชาติ (NBR/NR) และยางผสมระหว่างยางอะคริลิกกับยาง ธรรมชาติ (ACM/NR) โดยการศึกษาด้วยวิธีการทดสอบหาค่าบาด์วรับเบอร์ ค่าทอร์ค ความ สามารถในการขึ้นรูปและสมบัติทางไดนามิกส์ รวมทั้งสมบัติเชิงกลของผลิตภัณฑ์ยางผสม ระหว่างยางอะคริลิกกับยางธรรมชาติ พบว่าคอมโพสิทที่ผสมเขม่าดำที่ผ่านการทำปฏิกิริยา ออกซิเดชันมีค่าบาด์วรับเบอร์และค่าทอร์คสูงกว่าคอมโพสิทที่ผสมเขม่าดำที่ไม่ผ่านการทำ ปฏิกิริยาออกซิเดชัน แสดงว่าการทำปฏิกิริยาออกซิเดชันทำให้หมู่ฟังก์ชันที่ผิวของเขม่าดำ เพิ่มขึ้น ส่งผลทำให้เกิดแรงกระทำระหว่างยางกับสารตัวเติมที่แข็งแรงกว่า และเมื่อปริมาณ NBR และ ACM ในคอมโพสิท NBR/NR และ ACM/NR ตามลำดับ มากขึ้น ค่าบาด์วรับเบอร์ มีค่าลดลง ส่วนค่าทอร์คของคอมโพสิท NBR/NR มีค่าลดลง เนื่องมาจากในคอมโพสิทมีการ แข่งขันกันเกิดแรงกระทำกับอนุภาคเขม่าดำระหว่างเฟสของยางไนไตรล์กับเฟสของยางธรรมชาติ ในขณะที่ค่าทอร์คของคอมโพสิท ACM/NR มีค่าเพิ่มขึ้น อาจเป็นไปได้ว่าเกิดแรงกระทำระหว่าง โมเลกุลยางอะคริลิกเองเพิ่มขึ้น จากการศึกษาสมบัติทางไดนามิกส์ที่สภาวะความถี่ อุณหภูมิ และ Strain ต่างๆ พบว่าเมื่อความถี่อุณหภูมิและ Strain เพิ่มขึ้น ยางไนไตรล์มีค่า Storage modulus และ Loss modulus สูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับยางธรรมชาติและยางผสม NBR/NR และเมื่อความถี่มากขึ้น ยางอะคริลิกมีค่า Loss modulus ต่ำกว่ายางธรรมชาติ นอกจากนี้ยัง สังเกตพบว่าที่อัตราส่วนยางผสม ACM30/NR70 มีค่า Tan (+,d) สูงกว่ายางธรรมชาติ โดยเฉพาะ ที่ความถี่สูงขึ้น และเมื่ออุณหภูมิและ Strain เพิ่มขึ้น คอมโพสิท ACM70/NR30 มีค่า Storage modulus และ Loss modulus สูงสุด เมื่อปริมาณ ACM ในผลิตภัณฑ์ยาง ACM/NR เพิ่มขึ้น มีค่าความแข็งทั้งก่อนและหลังผ่าน การทดสอบการเสื่อมสภาพเนื่องจากความร้อนและน้ำมันสูงขึ้น ยกเว้นค่าความแข็งของผลิตภัณฑ์ ยางหลังผ่านการทดสอบการเสื่อมสภาพเนื่องจากตัวทำละลายโทลูอีนมีค่าลดลง นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ยางที่มี ACM ผสมอยู่มากขึ้น ทั้งก่อนและหลังผ่านการทดสอบการเสื่อมสภาพมีค่า ความต้านทานต่อแรงดึงลดลงและเป็นที่น่าสังเกตว่าค่าความต้านทานต่อแรงดึงของผลิตภัณฑ์ ยางก่อนและหลังผ่านการทดสอบการเสื่อมสภาพมีค่าต่างกันเล็กน้อย ยกเว้นผลิตภัณฑ์ยางหลัง ผ่านการทดสอบการเสื่อมสภาพเนื่องจากความร้อน และยังสังเกตพบการเพิ่มขึ้นของค่าความ สามารถในการยืดจนขาดของผลิตภัณฑ์ยางอย่างชัดเจนทั้งก่อนและหลังผ่านการทดสอบการ เสื่อมสภาพเมื่อผสมยางอะคริลิกลงไปในผลิตภัณฑ์ยาง ACM/NR ร้อยละ 70 โดยน้ำหนัก

บรรณานุกรม :
สราวุฒิ ด่านเฉลิมวงศ์ . (2544). การศึกษาแรงกระทำระหว่างยางกับสารตัวเติมในคอมโพสิทและวัลคาไนเซทของยางผสม.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สราวุฒิ ด่านเฉลิมวงศ์ . 2544. "การศึกษาแรงกระทำระหว่างยางกับสารตัวเติมในคอมโพสิทและวัลคาไนเซทของยางผสม".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สราวุฒิ ด่านเฉลิมวงศ์ . "การศึกษาแรงกระทำระหว่างยางกับสารตัวเติมในคอมโพสิทและวัลคาไนเซทของยางผสม."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
สราวุฒิ ด่านเฉลิมวงศ์ . การศึกษาแรงกระทำระหว่างยางกับสารตัวเติมในคอมโพสิทและวัลคาไนเซทของยางผสม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.