| ชื่อเรื่อง | : | การชุบเคลือบผิวโลหะผสมสังกะสี-นิเกิล ด้วยเทคนิคกระแสไฟฟ้าแบบช่วง เพื่อสมบัติ ด้านความต้านทานการกัดกร่อน |
| นักวิจัย | : | สิริพรรณ สุวัฒนะ |
| คำค้น | : | การชุบเคลือบโลหะผสมด้วยกระแสไฟฟ้าแบบช่วง , ความต้านทานการกัดกร่อน , โลหะผสม สังกะสี-นิเกิล , ถังชุบแบบกรด , modular structure , การชุบโครเมต , PULSE PLATING , ZINC ALLOY PLATING , CORROSION RESISTANCE , ZN-NI ALLOY , ACID BATH , NODULAR STRUCTURE , CHROMATING |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1379 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้ศึกษาการชุบเคลือบผิวโลหะผสมสังกะสี-นิเกิล ด้วยเทคนิคการชุบเคลือบ ด้วยกระแสไฟฟ้าแบบช่วง เปรียบเทียบกับการชุบเคลือบด้วยกระแสไฟฟ้าตรงบนแผ่นรองรับ เหล็กกล้าคาร์บอนต่ำในถังชุบแบบกรดชนิดคลอไรด์เพื่อเพิ่มสมบัติด้านความต้านทานการ กัดกร่อน โดยศึกษาอิทธิพลของตัวแปรต่างๆ ได้แก่ ชนิดของน้ำยาชุบเคลือบ ปริมาณสาร เติมแต่ง ความหนาแน่นกระแสไฟฟ้า duty cycle และความถี่ น้ำยาชุบเคลือบที่เลือกศึกษา 3 ชนิด คือ KCl non-KCl และ non-KCl ผสม Sodium Lauryl Sulfate (SLS, เป็น surfactant ทำให้ไม่เกิดการตกตะกอนของน้ำยาชุบ) โดยทำการทดลองให้ได้ผิวเคลือบที่ความหนา 10(+,m)m ทุกน้ำยาชุบเคลือบทุกสภาวะการทดลอง ผิวเคลือบที่มีความต้านทานการกัดกร่อนสูงได้จาก น้ำยา non-KCl ผสม SLS ทั้งจากการชุบด้วยกระแสไฟฟ้าตรงและแบบช่วง ซึ่งสภาวะที่เหมาะสม ที่สุดคือการชุบในน้ำยาชุบเคลือบ non-KCl ผสม SLS 0.075 g/l, NiCl(,2)(+,ท)6H(,2)0 180 g/l, ZnCl(,2) 200 g/l, H(,3)B0(,4) 40 g/l ค่า Ph 3.5 อุณหภูมิ 38(+,ฐ)C สำหรับกระแสไฟฟ้าตรงชุบ ที่ความหนาแน่นกระแสไฟฟ้า 3 A/dm(2) ให้ค่าความต้านทานการกัดกร่อนของผิวเคลือบที่ 781 ชั่วโมงของการเกิดสนิมแดง 5% จากเทคนิค salts spray ซึ่งปริมาณ SLS 0.075 g/l คือ ปริมาณ SLS ที่น้อยที่สุดที่ทำให้สารละลายไม่ตกตะกอนแต่ยังคงให้ค่าความต้านทานการ กัดกร่อนที่ดีและเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยถึงแม้ว่าความหนาแน่นกระแสไฟฟ้าในการชุบ เคลือบจะเปลี่ยนไป การชุบเคลือบแบบช่วงในน้ำยาชุบเคลือบชนิดเดียวกันพบว่าที่ความ หนาแน่นกระแสไฟฟ้า 3 A/dm(2) ความถี่ 250 Hz และ duty cycle ต่ำ คือ 15% ค่าความ ต้านทานการกัดกร่อน 798 ชั่วโมงของการเกิดสนิมแดง 5% และเมื่อศึกษาพฤติกรรมการ กัดกร่อนด้วยเทคนิค potentiodynamic scan ผิวเคลือบมีอัตราการกัดกร่อนต่ำที่สุดที่ 4.976 mpy (mil per year) การศึกษาองค์ประกอบทางเคมีใช้เทคนิค EDS (Energy Dispersive Spectrometer) โครงสร้างพื้นผิวใช้เทคนิค SEM (Scanning Electron Microscope) และศึกษาโครงสร้างผลึกด้วยเทคนิค XRD (X-Ray Diffraction) พบว่าปริมาณนิเกิลในผิวเคลือบมีผลต่อความต้านทานการกัดกร่อนน้อยกว่าโครงสร้างของ ผิวเคลือบ โดยความต้านทานการกัดกร่อนจะลดลงเมื่อผิวเคลือบโครงสร้างดังนี้คือ nodular ((411)(+,g) และ (330)(+,g)) > irregular ((411)(+,g) และ (330)(+,g)) > massive cauliflower-like (101)(+,h), (411)(+,g) และ (330)(+,g) > whisker structure (101)(+,h), (411)(+,g) และ (330)(+,g). นอกจากนี้เมื่อนำผิวเคลือบสังกะสี-นิเกิลมาชุบโครเมต พบว่า ผิวเคลือบที่ผ่านการทำโครเมตจะทำให้ความต้านทานการกัดกร่อนของผิวเคลือบเพิ่มขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
สิริพรรณ สุวัฒนะ . (2544). การชุบเคลือบผิวโลหะผสมสังกะสี-นิเกิล ด้วยเทคนิคกระแสไฟฟ้าแบบช่วง เพื่อสมบัติ ด้านความต้านทานการกัดกร่อน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สิริพรรณ สุวัฒนะ . 2544. "การชุบเคลือบผิวโลหะผสมสังกะสี-นิเกิล ด้วยเทคนิคกระแสไฟฟ้าแบบช่วง เพื่อสมบัติ ด้านความต้านทานการกัดกร่อน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สิริพรรณ สุวัฒนะ . "การชุบเคลือบผิวโลหะผสมสังกะสี-นิเกิล ด้วยเทคนิคกระแสไฟฟ้าแบบช่วง เพื่อสมบัติ ด้านความต้านทานการกัดกร่อน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. สิริพรรณ สุวัฒนะ . การชุบเคลือบผิวโลหะผสมสังกะสี-นิเกิล ด้วยเทคนิคกระแสไฟฟ้าแบบช่วง เพื่อสมบัติ ด้านความต้านทานการกัดกร่อน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
