ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษากระบวนการหล่อแข็งโลหะไฮดรอกไซด์โดยใช้ปูนซีเมนต์

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษากระบวนการหล่อแข็งโลหะไฮดรอกไซด์โดยใช้ปูนซีเมนต์
นักวิจัย : มานพ บุญแจ่ม
คำค้น : การทำเสถียรและหล่อแข็ง , ตะกั่วไฮดรอกไซด์ , โครเมียมไฮดรอกไซด์ , กำลังรับแรงอัด , การรั่วไหล , STABILIZATION , SOLIDIFICATION , LEAD HYDROXIDES , CHROMIUM HYDROXIDES , COMPRESSIVE STRENGTH , LEACHING
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1373
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้ศึกษากระบวนการหล่อแข็งโลหะไฮดรอกไซด์ โดยใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ เป็นวัสดุยึดประสานใช้อัตราส่วนผสมของโครเมียมและตะกั่วไฮดรอกไซด์ร้อยละ 10, 20, 30 โดยน้ำหนัก ตลอดการทดลองและใช้อัตราส่วนระหว่างน้ำต่อของแข็งเท่ากับ 0.45 ความเข้มข้นของโครเมียมไฮดรอกไซด์ร้อยละ 10, 20, 30 โดยน้ำหนัก ทำให้ระยะการ ก่อตัวของซีเมนต์เพิ่มขึ้นจาก 4 ชั่วโมง เป็น 5, 6.25 และ 7 ชั่วโมงตามลำดับ ในขณะที่ ตะกั่วไฮดรอกไซด์ส่งผลให้ระยะเวลาก่อตัวของซีเมนต์เพิ่มขึ้นเป็น 77 และ 79 ชั่วโมง เมื่อของผสมมีตะกั่วไฮดรอกไซด์ร้อยละ 10, 20 โดยน้ำหนัก และไม่พบการก่อตัวเมื่อของ ผสมตะกั่วไฮดรอกไซด์เท่ากับร้อยละ 30 โดยน้ำหนักตลอดระยะเวลา 150 ชั่วโมง ที่ทำการ สังเกต ความเข้มข้นของตะกั่วในสารละลายผสมปูนซีเมนต์ในระหว่างการไฮเดรชั่นมีค่าสูง เนื่องจากสารละลายปูนซีเมนต์มีความเป็นด่างสูง ซึ่งตะกั่วไฮดรอกไซด์ซึ่งมีคุณสมบัติ แอมโพเทอริกสามารถละลายออกมาได้อีก ในขณะที่ความเข้มข้นของโครเมียมในสารละลาย ผสมปูนซีเมนต์ต่ำกว่าตะกั่ว เนื่องจากโครเมียมอาจเกิดพันธะเชิงซ้อนกับองค์ประกอบของ ปูนซีเมนต์ สำหรับความเข้มข้นของ SO(,4)(2-) และ Ca(2+) ในสารละลายปูนซีเมนต์ผสม โลหะหนักลดลง เมื่อระยะเวลาไฮเดรชั่นเพิ่มขึ้น แต่ในอัตราที่ต่ำกว่าสารละลายปูนซีเมนต์ ความสามารถในการรับแรงอัดของซีเมนต์เพสต์เพิ่มขึ้นเมื่อระยะเวลาการบ่มเพิ่มขึ้น จากการทดลองพบว่าซีเมนต์ที่มีอายุ 8 วัน มีความสามารถในการรับกำลังอัดเท่ากับ 244.4 กก./ซม.(2) และเพิ่มเป็น 349.4, 427.6 และ 441.9 กก./ซม.(2) ที่อายุการบ่ม 29, 56 และ 91 วันตามลำดับ ในขณะที่ความสามารถในการรับแรงอัดของก้อนหล่อแข็งของเสียที่อายุ การบ่มเดียวกันลดลงเมื่อความเข้มข้นของโลหะไฮดรอกไซด์ในส่วนผสมเพิ่มขึ้น การรั่วไหลของตะกั่วและโครเมียมไฮดรอกไซด์ ขึ้นอยู่กับพีเอชของสารละลายกรดที่ใช้ชะ เนื่องจากผลต่างของพีเอชระหว่างสารละลายกรดอะซิติก และความสามารถในการละลาย ต่ำสุดของตะกั่วไฮดรอกไซด์มากกว่าโครเมียมไฮดรอกไซด์ ทำให้ตะกั่วรั่วไหลจากก้อนหล่อ แข็งสูงกว่าโครเมียม โดยที่การรั่วไหลของโลหะไฮดรอกไซด์เพิ่มขึ้น เมื่อความเข้มข้นเริ่มต้น ของโลหะไฮดรอกไซด์ในก้อนหล่อแข็งเพิ่มขึ้น ความคงทนต่อสภาวะแวดล้อมที่รุนแรงของก้อนหล่อแข็งของเสีย พบว่าก้อนหล่อแข็งของ เสีย มีความคงทนต่อการกัดกร่อนด้วยกรดเรียงลำดับจากมากไปน้อยดังนี้ กรดซัลฟูริก > กรด อะซิติก > กรดไนตริก นอกจากนี้ก้อนหล่อแข็งของเสียมีความคงทนต่อสภาวะเปียกและแห้ง ต่ำกว่าซีเมนต์เพสต์ และยังพบว่าเมื่ออัตราส่วนผสมของโลหะไฮดรอกไซด์เพิ่มขึ้น ความคงทน ต่อสภาวะแวดล้อมที่รุนแรงลดลงตามลำดับ

บรรณานุกรม :
มานพ บุญแจ่ม . (2544). การศึกษากระบวนการหล่อแข็งโลหะไฮดรอกไซด์โดยใช้ปูนซีเมนต์.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มานพ บุญแจ่ม . 2544. "การศึกษากระบวนการหล่อแข็งโลหะไฮดรอกไซด์โดยใช้ปูนซีเมนต์".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มานพ บุญแจ่ม . "การศึกษากระบวนการหล่อแข็งโลหะไฮดรอกไซด์โดยใช้ปูนซีเมนต์."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
มานพ บุญแจ่ม . การศึกษากระบวนการหล่อแข็งโลหะไฮดรอกไซด์โดยใช้ปูนซีเมนต์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.