ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของรังสีแกมมาต่อการกำจัดเพลี้ยไฟและการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา ของดอกกล้วยไม้หวายพันธุ์บอม#17

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของรังสีแกมมาต่อการกำจัดเพลี้ยไฟและการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา ของดอกกล้วยไม้หวายพันธุ์บอม#17
นักวิจัย : มัณฑนา บัวหนอง
คำค้น : ดอกกล้วยไม้หวาย , เพลี้ยไฟ , การฉายรังสีแกมมา , น้ำตาลซูโครส , DENDROBIUM , THRIPS , GAMMA IRRADIATION , SUCROSE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1256
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ผลของรังสีแกมมาต่อการกำจัดเพลี้ยไฟ และการใช้น้ำตาลชะลอการเสื่อมสภาพของ ดอกกล้วยไม้หวายพันธุ์บอม#17 ในการทดลองแรกเป็นการศึกษาผลของรังสีแกมมาที่ปริมาณรังสี 0 (ชุดควบคุม) 1.0 1.5 และ 2.0 kGy ต่อการกำจัดเพลี้ยไฟและเนื้อเยื่อดอกกล้วยไม้ พบว่า ที่ปริมาณรังสี 2.0 และ 1.5 kGy สามารถทำให้เพลี้ยไฟทั้งหมดตายภายหลังจากการฉายรังสี แกมมา 2 และ 4 วันตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับชุดควบคุม (ไม่ฉายรังสีแกมมา) เพลี้ยไฟ ทั้งหมดตายภายใน 14 วัน และเมื่อตรวจดูลักษณะของเนื้อเยื่อดอกกล้วยไม้ในดอกตูมและดอกบาน โดยใช้ scanning electron microscope (SEM) พบว่าที่ปริมาณรังสี 2.0 kGy เนื้อเยื่อ ถูกทำลายมากที่สุด ในขณะที่ชุดควบคุมเนื้อเยื่อยังมีสภาพปกติ สำหรับการทดลองที่ 2 เป็นการศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาของดอกกล้วยไม้หวายพันธุ์บอม#17 ภายหลังการฉาย รังสีแกมมา พบว่า การฉายรังสีแกมมา ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสีกลีบดอก แต่มีผลต่ออัตรา การดูดน้ำ การเปลี่ยนแปลงน้ำหนักสด อัตราการหายใจ การผลิตเอทิลีน ปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์ ในดอกตูมและดอกบาน และอายุการปักแจกัน โดยดอกกล้วยไม้หวายพันธุ์บอม#17 ที่ฉายรังสี แกมมาที่ปริมาณรังสี 2.0 kGy มีอัตราการดูดน้ำและการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักสดลดลง ในขณะที่ อัตราการหายใจ การผลิตเอทิลีน และปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์เพิ่มขึ้นสูงสุด และมีอายุการปัก แจกันสั้นที่สุด (5 วัน) และยังพบว่าดอกตูมและดอกบานมีการร่วงมากที่สุด แต่ไม่พบการบาน ของดอกตูม เมื่อเปรียบเทียบกับชุดควบคุมมีอายุการปักแจกันนานที่สุด (13.33 วัน) ในการ ทดลองที่ 3 เป็นการศึกษาการฉายรังสีแกมมา 3 ระดับ (0, 1.0 และ 2.0 kGy) ร่วมกับน้ำตาล ซูโครสความเข้มข้น 3 ระดับ (ร้อยละ 4, 10 และ 15) พบว่าอิทธิพลของการฉายรังสีร่วมกับ น้ำตาลซูโครสไม่มีผลต่ออัตราการดูดน้ำ การเปลี่ยนแปลงสีกลีบดอกและปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์ใน ดอกตูมและดอกบาน แต่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอัตราการหายใจและอัตราการผลิตเอทิลีน โดย พบว่าดอกกล้วยไม้ที่ฉายรังสีแกมมาร่วมกับน้ำตาลซูโครสมีอัตราการหายในและการผลิตเอทิลีนต่ำ ซึ่งดอกกล้วยไม้ที่ฉายรังสีแกมมาที่ปริมาณรังสี 2.0 kGy ร่วมกับน้ำตาลซูโครสความเข้มข้น ร้อยละ 1.5 มีอัตราการหายใจและการผลิตเอทิลีนต่ำที่สุด นอกจากนี้การฉายรังสีแกมมา ร่วมกับน้ำตาลซูโครสมีผลทำให้การเปลี่ยนแปลงน้ำหนักสดเพิ่มขึ้น โดยดอกกล้วยไม้ที่ฉาย รังสีที่ปริมาณรังสี 1.0 kGy ร่วมกับน้ำตาลซูโครสความเข้มข้นร้อยละ 4 มีการเปลี่ยนแปลง น้ำหนักสดเพิ่มขึ้นสูงสุด นอกจากนี้ยังพบว่า การฉายรังสีร่วมกับน้ำตาลซูโครสความเข้มข้น ร้อยละ 4, 10 และ 15 มีอายุการปักแจกันนานที่สุด (17 วัน) ในขณะที่ดอกกล้วยไม้ที่ฉาย รังสีที่ปริมาณรังสี 2.0 kGy ร่วมกับน้ำตาลซูโครสความเข้มข้นร้อยละ 10 และ 15 มีอายุการปักแจกันสั้นที่สุด (4 วัน) และมีการร่วงของดอกตูมและดอกบานมากที่สุด และไม่พบ การบานของดอกตูม

บรรณานุกรม :
มัณฑนา บัวหนอง . (2543). ผลของรังสีแกมมาต่อการกำจัดเพลี้ยไฟและการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา ของดอกกล้วยไม้หวายพันธุ์บอม#17.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มัณฑนา บัวหนอง . 2543. "ผลของรังสีแกมมาต่อการกำจัดเพลี้ยไฟและการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา ของดอกกล้วยไม้หวายพันธุ์บอม#17".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มัณฑนา บัวหนอง . "ผลของรังสีแกมมาต่อการกำจัดเพลี้ยไฟและการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา ของดอกกล้วยไม้หวายพันธุ์บอม#17."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
มัณฑนา บัวหนอง . ผลของรังสีแกมมาต่อการกำจัดเพลี้ยไฟและการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา ของดอกกล้วยไม้หวายพันธุ์บอม#17. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.