| ชื่อเรื่อง | : | ผลของสารสกัดจากว่านชักมดลูก (~iCurcuma comosa~i Roxb.) ต่อการยับยั้งกระบวนการ เติมพันธะคู่ของกรดไขมันไม่อิ่มตัวใน ~iSpirulina platensis~i สายพันธุ์ Z19/2 |
| นักวิจัย | : | จรรยา แสนบุญเรือง |
| คำค้น | : | ~iSpirulina platensis~i , การเติมพันธะคู่ของกรดไขมัน , สารยับยั้งเอนไซม์ desaturase , ว่านชักมดลูก , ~iCurcuma comosa~i Roxb. , ~iSPIRULINA PLATENSIS~i , FATTY ACID DESATURATION , DESATURASE INHIBITOR , ~iCURCUMA COMOSA~i ROXB |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1247 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์นี้เป็นการศึกษาผลของสารสกัดจากว่านชักมดลูก (~iCurcuma comosa~i Roxb.) ต่อการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของกรดไขมัน และการเจริญเติบโตใน ~iSpirulina platensis~i สายพันธุ์ Z19/2 การคัดเลือกสารสกัดหยาบจากสมุนไพรที่มีผลยับยั้งการเติม พันธะคู่ของกรดไขมัน พบว่า เมื่อเปรียบเทียบกับตัวอย่างควบคุมของ ~iS. platensis~i สายพันธุ์ Z19/2 สารสกัดหยาบจากว่านชักมดลูกที่ความเข้มข้น 50(+,m)g/ml มีผลทำให้สัดส่วน ของกรดลิโนลิอิก (C18:2) และกรดแกมม่า-ลิโนลินิก ((+,g)-C18:3) ลดลงคิดเป็นร้อยละ 34.5 และ 52.1 ตามลำดับ มีการสะสมของ C18:1 เพิ่มขึ้น 2 เท่า และมีผลทำให้การเจริญเติบโต ลดลงร้อยละ 13.6 แต่ไม่มีผลต่อกิจกรรมการสังเคราะห์แสงในรูปของ O(,2)-evolution การแยกสารสกัดจากว่านชักมดลูกให้บริสุทธิ์ด้วยวิธี Gel filtration chromatography และ HPLC และพิสูจน์หาสูตรโครงสร้างโดยอาศัยเทคนิค nuclear magnetic resonance spectroscopy พบว่า สารสำคัญที่แยกได้เป็นสารกลุ่ม diarylheptanoids มีสูตรโมเลกุล 5-hydroxy-7-(4-hydroxyphenyl)-1-phenyl-(1~iE~i)-1-heptene เมื่อทดสอบผลของสาร บริสุทธิ์ที่ได้ต่อการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของกรดไขมัน และการเจริญเติบโตใน ~iS. platensis~iสายพันธุ์ Z19/2 เปรียบเทียบกับตัวอย่างควบคุม พบว่า ที่ความเข้มข้น เพียง 5 (+,m)g/ml มีผลทำให้สัดส่วนของ C18:2 และ (+,g)-C18:3 ลดลงเช่นเดียวกับผลที่ได้ จากสารสกัดหยาบแต่มีผลโดยตรงต่อ C18:2 มากกว่า กล่าวคือ มีการสะสมของ C18:1 เพิ่มขึ้น ประมาณ 2.5 เท่า ในขณะที่สัดส่วนของ C18:2 ลดลงถึงร้อยละ 47.8 แต่สัดส่วนของ (+,g)-C18:3 ลดลงเพียงร้อยละ 33.6 และยังคงมีผลทำให้การเจริญเติบโตลดลงคิดเป็น ร้อยละ 9.8 นอกจากนี้การศึกษาผลของสารสกัดหยาบ และสาร 5-hydroxy-7-(4-hydroxyphenyl)- 1-phenyl-(~iE~i)-1-heptene ที่ได้จากว่านชักมดลูกต่อการแสดงออกของยีน ~idesA, desC~i และ ~idesD~i ของเอนไซม์ (+,D)12-, (+,D)9-, และ (+,D)6-desaturases ตามลำดับ พบว่าสารดังกล่าวไม่มีผลต่อการแสดงออกของยีนทั้ง 3 ชนิด ในระดับ transcription |
| บรรณานุกรม | : |
จรรยา แสนบุญเรือง . (2543). ผลของสารสกัดจากว่านชักมดลูก (~iCurcuma comosa~i Roxb.) ต่อการยับยั้งกระบวนการ เติมพันธะคู่ของกรดไขมันไม่อิ่มตัวใน ~iSpirulina platensis~i สายพันธุ์ Z19/2.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จรรยา แสนบุญเรือง . 2543. "ผลของสารสกัดจากว่านชักมดลูก (~iCurcuma comosa~i Roxb.) ต่อการยับยั้งกระบวนการ เติมพันธะคู่ของกรดไขมันไม่อิ่มตัวใน ~iSpirulina platensis~i สายพันธุ์ Z19/2".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จรรยา แสนบุญเรือง . "ผลของสารสกัดจากว่านชักมดลูก (~iCurcuma comosa~i Roxb.) ต่อการยับยั้งกระบวนการ เติมพันธะคู่ของกรดไขมันไม่อิ่มตัวใน ~iSpirulina platensis~i สายพันธุ์ Z19/2."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. จรรยา แสนบุญเรือง . ผลของสารสกัดจากว่านชักมดลูก (~iCurcuma comosa~i Roxb.) ต่อการยับยั้งกระบวนการ เติมพันธะคู่ของกรดไขมันไม่อิ่มตัวใน ~iSpirulina platensis~i สายพันธุ์ Z19/2. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
