| ชื่อเรื่อง | : | การประเมินพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า อุทยานแห่งชาตินาแห้ว จังหวัดเลย |
| นักวิจัย | : | ชินปัญญ์ ปลั่งศิริ |
| คำค้น | : | ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ , การสำรวจข้อมูลระยะไกล , ไฟป่า , GEOGRAPHIC INFORMATION SYSTEM , REMOTE SENSING , FOREST FIRE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1235 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | อุทยานแห่งชาตินาแห้วเป็นป่าอีกแห่งของจังหวัดเลยที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ ของทรัพยากรธรรมชาติที่ควรได้รับการอนุรักษ์และดูแลไว้ เนื่องจากในช่วงฤดูแล้งมีไฟป้า เกิดขึ้นทุกปีในบริเวณอุทยานแห่งชาตินาแห้ว ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อป่าไม้ใน ระยะยาว อีกทั้งหน่วยควบคุมไฟป่าของอุทยานแห่งชาตินาแห้วเพิ่งได้รับการจัดตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2540 ดังนั้นข้อมูลเกี่ยวกับไฟป่าที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่จึงยังคงมีน้อย เพื่อเป็นการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับไฟป่าในพื้นที่จึงประยุกต์ใช้ความสามารถของการ สำรวจข้อมูลระยะไกลร่วมกับระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ เพื่อรวบรวมข้อมูลไฟป้าและการ ใช้ประโยชน์ที่ดินของอุทยานแห่งชาตินาแห้วและพื้นที่โดยรอบอุทยานแห่งชาตินาแห้วรัศมี 5 กิโลเมตร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 - 2541 ข้อมูลที่ได้สามารถนำมาวิเคราะห์หาปัจจัย ที่มีผลต่อการเกิดไฟป้า และประเมินพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ ประโยชน์ในการวางแผนจัดการไฟป่าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในการศึกษาครั้งนี้ได้ศึกษา ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดไฟป่า 2 กลุ่ม คือ ปัจจัยทางด้านชีวกายภาพและปัจจัยจากมนุษย์ กลุ่มของปัจจัยทางด้านชีวกายภาพได้แก่ ทิศด้านลาด, ความลาดชัน ระดับความสูง และ ชนิดป่า ส่วนกลุ่มของปัจจัยจากมนุษย์ได้แก่ พื้นที่เกษตรกรรม, ไร่เลื่อนลอย, หมู่บ้าน และถนน โดยนำข้อมูลแต่ละประเภทมาซ้อนทับกับข้อมูลพื้นที่ไฟป่าในแต่ละปี จากการศึกษาพบว่า ป่าเบญจพรรณมีการเกิดไฟป่ามากกว่าป่าชนิดอื่นโดยมีค่า มัธยฐานของพื้นที่ไฟไหม้ 568 เฮกแตร์ หรือ 4% ของพื้นที่ป่าเบญจพรรณ และพบว่าเกิด ไฟไหม้มากทางทิศด้านลาด ทางทิศเหนือ และบริเวณป่าที่มีระดับความสูงของพื้นที่ช่วง 800-900 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ส่วนพื้นที่ป่าที่มีความลาดชันน้อยมีพื้นที่ไฟไหม้ มากกว่าพื้นที่มีความลาดชันสูง อีกทั้งพื้นที่ป่าบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่ทำการเกษตร และไร่เลื่อนลอยจะมีพื้นที่ไฟไหม้มากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ป่าที่ห่างออกไปจาก พื้นที่เกษตรกรรมและไร่เลื่อนลอย แต่อย่างไรก็ตามพบว่าหมู่บ้านไม่มีความสัมพันธ์ อย่างมีนัยสำคัญกับการเกิดไฟป่า และพบว่าถนนไม่ใช่ปัจจัยที่ก่อให้เกิดไฟป่าขึ้นใน พื้นที่ศึกษาแห่งนี้ ดังนั้นจึงใช้ปัจจัยจากมนุษย์เพียงสองปัจจัยเท่านั้นคือ พื้นที่ เกษตรกรรมและไร่เลื่อนลอยในการประเมินพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ตามปริมาณร้อยละของพื้นที่ ไฟไหม้ในแต่ละปัจจัย (ชนิดป่า, ความลาดชัน ทิศด้านลาด และระดับความสูง) หรือตามระยะ ห่างจากแต่ละปัจจัย (พื้นที่เกษตรกรรมและไร่เลื่อนลอย) การศึกษาครั้งนี้พบว่า พื้นที่ป่าที่มีความเสี่ยงน้อยมีพื้นที่ 8,932 เฮกแตร์ หรือ 35% ของพื้นที่ป่าทั้งหมด และ 83% ของพื้นที่มีความเสี่ยงน้อยไม่เคยถูกไฟไหม้ พื้นที่ที่มีความเสี่ยงระดับ ปานกลางมีพื้นที่ 10,363 เฮกแตร์ หรือ 40% ของพื้นที่ป่าทั้งหมด และมีพื้นที่ 77% ของพื้นที่ที่ไม่เคยถูกไฟไหม้ และมีพื้นที่ 4% เคยถูกไฟไหม้ซ้ำ 2-6 ครั้ง ส่วนพื้นที่ป่า ที่มีความเสี่ยงสูงมีพื้นที่ 6,319 เฮกแตร์ หรือ 25% ของพื้นที่ป่าทั้งหมด และ 43% ของพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงเคยถูกไฟไหม้ และ 14% ของพื้นที่เคยเกิดไฟไหม้ซ้ำ 2-8 ครั้ง พื้นที่ป่าที่มีความเสี่ยงสูงจะเป็นบริเวณป่าโดยรอบพื้นที่เกษตรกรรมและไร่เลื่อนลอย ส่วนพื้นที่ป่าที่ห่างออกมาความเสี่ยงจะลดลงตามลำดับ |
| บรรณานุกรม | : |
ชินปัญญ์ ปลั่งศิริ . (2543). การประเมินพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า อุทยานแห่งชาตินาแห้ว จังหวัดเลย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ชินปัญญ์ ปลั่งศิริ . 2543. "การประเมินพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า อุทยานแห่งชาตินาแห้ว จังหวัดเลย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ชินปัญญ์ ปลั่งศิริ . "การประเมินพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า อุทยานแห่งชาตินาแห้ว จังหวัดเลย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. ชินปัญญ์ ปลั่งศิริ . การประเมินพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า อุทยานแห่งชาตินาแห้ว จังหวัดเลย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
