| ชื่อเรื่อง | : | การวิเคราะห์แบบการเรียน ความสุขในการเรียน และทักษะการเรียนเพื่อการเรียนรู้ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น |
| นักวิจัย | : | กานต์ฤทัย ชลวิทย์ |
| คำค้น | : | การเรียนรู้ (จิตวิทยา) , ทักษะการเรียน , ความสุข , นักเรียนมัธยมศึกษา , Learning, Psychology of , Study skills , Happiness , High school students |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | โชติกา ภาษีผล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/33722 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553 ศึกษา (1) แบบการเรียน ความสุขในการเรียน และทักษะการเรียนเพื่อการเรียนรู้ของนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (2) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างแบบการเรียนความสุขในการเรียน และทักษะการเรียนเพื่อการเรียนรู้ของนักเรียนของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และ (3) วิเคราะห์ความสุขในการเรียนและทักษะการเรียนเพื่อการเรียนรู้ จำแนกตามแบบการเรียนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จังหวัดอ่างทอง จำนวน 411 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามเกี่ยวกับแบบการเรียนตามแนวคิดของ Grasha และ Riechmann (1975) แบบสอบถามเกี่ยวกับความสุขในการเรียนตามทฤษฏีการเรียนรู้อย่างมีความสุข ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน (2540) แบบสอบถามเกี่ยวกับทักษะการเรียนเพื่อการเรียนรู้ ตามแนวคิดของ Hautamäki et al. (2002) และแบบทดสอบเกี่ยวกับทักษะการเรียนเพื่อการเรียนรู้ด้านสมรรถนะในการเรียนรู้ตามแนวคิดของ Hautamäki et al. (2002) การวิเคราะห์ข้อมูล (1) วิเคราะห์โดยใช้สถิติภาคบรรยาย ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด ส่วนเบี่ยงเบนมาตราฐาน และการวิเคราะห์ไขว้ (2) การวิเคราะห์โดยใช้สถิติอนุมาน ได้แก่ สถิติทดสอบไค-สแควร์ สถิติที (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวน (one-way ANOVA) ผลการวิจัยที่สำคัญสรุปได้ดังนี้ (1) นักเรียนส่วนใหญ่มีแบบการเรียนแบบมีส่วนร่วมมากที่สุด รองลงมาได้แก่แบบการเรียนแบบร่วมมือ แบบการเรียนแบบแข่งขัน แบบการเรียนแบบพึ่งพา แบบการเรียนแบบหลีกเลี่ยง และแบบการเรียนแบบอิสระตามลำดับ ผลการวิเคราะห์ด้วยสถิติทดสอบไค-สแควร์ของตัวแปรแบบการเรียนกับเพศและเกรดฉลี่ยสะสม พบว่ามีความสัมพันธ์กับแบบการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (2) นักเรียนส่วนใหญ่มีความสุขในการเรียนระดับมาก ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของความสุขในการเรียน พบว่าเพศและเกรดเฉลี่ยสะสมมีผลต่อความสุขในการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (3) นักเรียนส่วนใหญ่มีทักษะการเรียนเพื่อการเรียนรู้ในระดับมาก ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของทักษะการเรียนเพื่อการเรียนรู้ พบว่าขนาดโรงเรียน เพศและเกรดเฉลี่ยสะสมมีผลต่อทักษะการเรียนเพื่อการเรียนรู้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (4) แบบการเรียนมีความสัมพันธ์กับความสุขในการเรียน แบบการเรียนมีความสัมพันธ์กับทักษะการเรียนเพื่อการเรียนรู้ และความสุขในการเรียนมีความสัมพันธ์กับทักษะการเรียนเพื่อการเรียนรู้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (5) แบบการเรียนต่างกันมีผลต่อความสุขในการเรียนแตกต่างกัน และแบบการเรียนต่างกันมีผลต่อทักษะการเรียนเพื่อการเรียนรู้แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 |
| บรรณานุกรม | : |
กานต์ฤทัย ชลวิทย์ . (2553). การวิเคราะห์แบบการเรียน ความสุขในการเรียน และทักษะการเรียนเพื่อการเรียนรู้ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กานต์ฤทัย ชลวิทย์ . 2553. "การวิเคราะห์แบบการเรียน ความสุขในการเรียน และทักษะการเรียนเพื่อการเรียนรู้ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กานต์ฤทัย ชลวิทย์ . "การวิเคราะห์แบบการเรียน ความสุขในการเรียน และทักษะการเรียนเพื่อการเรียนรู้ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print. กานต์ฤทัย ชลวิทย์ . การวิเคราะห์แบบการเรียน ความสุขในการเรียน และทักษะการเรียนเพื่อการเรียนรู้ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.
|
