| ชื่อเรื่อง | : | การวิเคราะห์อภิมานงานวิจัยด้านนวัตกรรมการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา |
| นักวิจัย | : | นฤมล อุดมคุณ |
| คำค้น | : | สังคมศึกษา -- การศึกษาและการสอน (มัธยมศึกษา) , กิจกรรมการเรียนการสอน , นวัตกรรมทางการศึกษา , การวิเคราะห์อภิมาน , Social studies -- Study and teaching (Secondary) , Activity programs in education , Educational innovations , Meta-analysis |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ศิริชัย กาญจนวาสี , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/33364 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552 การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษางานวิจัยด้านนวัตกรรมการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา 2. เพื่อศึกษาคุณลักษณะงานวิจัยที่มีผล ต่อค่าขนาดอิทธิพลของนวัตกรรมการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษาของ นักเรียนระดับมัธยมศึกษา 3. เพื่อสังเคราะห์สรุปองค์ความรู้จากงานวิจัยด้านนวัตกรรมการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา งานวิจัยที่นำมาสังเคราะห์ในครั้ง นี้เป็นงานวิจัยเชิงทดลองที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 -2549 จำนวน 89 เล่ม โดยใช้แบบบันทึกคุณลักษณะงานวิจัย และแบบประเมินคุณภาพงานวิจัยเป็นเครื่องมือในการวิจัย ข้อมูลที่ใช้ประกอบด้วย ค่าขนาดอิทธิพลคำนวณตามวิธี ของ Glass จำนวน 165 ค่า และตัวแปรคุณลักษณะงานวิจัยจัดประเภทจำนวน 21 ตัวแปรและตัวแปรต่อเนื่องจำนวน 11 ตัวแปร การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติบรรยาย วิเคราะห์ความแตกต่างค่าเฉลี่ยขนาดอิทธิพลและการวิเคราะห์ ถดถอยพหุคูณ ผลการสังเคราะห์งานวิจัย พบว่า 1. งานวิจัยด้านนวัตกรรมการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์วิชาสังคมศึกษาของนักเรียนระดับมัธยมศึกษามีการศึกษามากที่สุดในช่วงปี พ.ศ. 2530 – 2534 (34.8%) โดยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒผลิต มากที่สุด (43.8%) สาขาวิชาที่ผลิตมากที่สุดคือสาขาวิชาการมัธยมศึกษา (40.4%) คุณภาพโดยรวมของงานวิจัยอยู่ ในระดับดีมากโดยมีค่าเฉลี่ย 3.56 2. ผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ พบว่าตัวแปรคุณลักษณะงานวิจัยร่วมกันอธิบายความแปรปรวนใน ขนาดอิทธิพลได้ 47.1% โดยตัวแปรที่อธิบายค่าขนาดอิทธิพลได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ การออกแบ งานวิจัยแบบ True control group pre-posttest design และตัวแปรระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูล 3. ผลการสังเคราะห์งานวิจัย พบว่า นวัตกรรมที่มีผลต่อค่าขนาดอิทธิพลเรียงลำดับค่าเฉลี่ยของขนาด อิทธิพลจากมากไปหาน้อยดังนี้ 1) นวัตกรรมด้านกิจกรรม:- มีความหลากหลาย มีประโยชน์ คือสามารถพัฒนา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และสามารถพัฒนาทักษะทางสังคม เนื่องจากเน้นการทำงานเป็นกลุ่มเกิดการเรียนรู้การ ทำงานร่วมกับผู้อื่นการวางแผนงานและการยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 2) นวัตกรรมด้านหลักสูตร:- เป็นการ นำการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นมาเป็นสื่อการเรียนรู้เพื่อเชื่อมโยงสาขาวิชาต่างๆ ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจใน เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและทำให้เกิดความหวงแหนทรัพย์สมบัติส่วนร่วมในท้องถิ่นของตน 3) นวัตกรรมด้านการ สอน:- มีความหลากหลาย สามารถนำไปปรับใช้ได้ แต่ต้องศึกษาเงื่อนไขและข้อจำกัดของการสอนเพื่อให้ได้ ประโยชน์สูงสุด 4) นวัตกรรมด้านเทคนิคและกลวิธี:- เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้ใช้กระบวนการคิด โดยครู เป็นผู้คอยสนับสนุน ช่วยเหลือและแนะนำ ช่วยจัดกระบวนการเรียนการสอนให้น่าสนใจและสนุกสนาน และ 5) นวัตกรรมด้านสื่อการสอน:- มีความหลากหลาย ควรเลือกใช้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด |
| บรรณานุกรม | : |
นฤมล อุดมคุณ . (2552). การวิเคราะห์อภิมานงานวิจัยด้านนวัตกรรมการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นฤมล อุดมคุณ . 2552. "การวิเคราะห์อภิมานงานวิจัยด้านนวัตกรรมการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นฤมล อุดมคุณ . "การวิเคราะห์อภิมานงานวิจัยด้านนวัตกรรมการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print. นฤมล อุดมคุณ . การวิเคราะห์อภิมานงานวิจัยด้านนวัตกรรมการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.
|
