ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความรู้และทักษะที่ต้องการพัฒนาเพิ่มเติมสำหรับสถาปนิกระหว่างประกอบวิชาชีพ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความรู้และทักษะที่ต้องการพัฒนาเพิ่มเติมสำหรับสถาปนิกระหว่างประกอบวิชาชีพ
นักวิจัย : สิริวัฒนา คุ้มทองมาก
คำค้น : การออกแบบสถาปัตยกรรม , การปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรม , สถาปนิก , Architectural design , Architectural practice , Architects
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ไตรวัฒน์ วิรยศิริ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/33310
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552

โครงการทางด้านสถาปัตยกรรมในประเทศไทยในปัจจุบัน มีการขยายขนาดของโครงการที่ใหญ่ขึ้น ขั้นตอนการทำงานและความซับซ้อนมากขึ้นตามขนาดและประเภทของอาคาร เป็นสาเหตุให้สถาปนิกมีขอบเขตงานที่หลากหลาย มีความจำเป็นต้องอาศัยความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในวิชาชีพ สภาสถาปนิกจึงเล็งเห็นความสำคัญการพัฒนาวิชาชีพ และเตรียมความพร้อมในการรองรับการเปิดเสรีการค้าและบริการ โดยคำนึงถึงการพัฒนาทักษะและความรู้ในการบริการวิชาชีพ สถาปนิกที่มีความเชี่ยวชาญในปัจจุบันต้องอาศัยการทำงานด้านต่างๆ ลองผิดลองถูกเป็นระยะเวลานานในการพัฒนาทักษะและความรู้ของสถาปนิก ทำให้สถาปนิกหลายท่านพลาดโอกาสในการทำงาน การพัฒนาทักษะและความรู้ที่มีประสิทธิภาพควรมีการพัฒนาให้เหมาะสมกับช่วงเวลา และขอบเขตการให้บริการิชาชีพ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาขอบเขตที่สถาปนิกแต่ละช่วงอายุสามารถให้บริการได้ ศึกษาองค์ความรู้พื้นฐานที่สถาปนิกจำเป็นต้องทราบ ศึกษาความสัมพันธ์ของพัฒนาการขอบเขตการให้บริการ และพัฒนาการทักษะความรู้ของสถาปนิก รวมทั้งศึกษาปัจจัยต่างๆ ที่มีผลในการพัฒนาทักษะและความรู้ของสถาปนิก และรูปแบบในการพัฒนาสรุปเป็นรูปแบบการพัฒนาทักษะ และความรู้ที่ต้องพัฒนาสำหรับสถาปนิก จากการศึกษาพบว่า สถาปนิกในประเทศไทยแบ่งออกได้เป็น 3 บทบาทคือ สถาปนิกออกแบบ สถาปนิกควบคุมงาน สถาปนิกดำเนินการ สามารถแบ่งช่วงการพัฒนาทักษะและความรู้ได้เป็น 3 ระยะ ระยะแรกสถาปนิกทั้ง 3 บทบาท จะมีทักษะและความรู้พื้นฐานเดียวกัน คือความรู้ทางด้านการออกแบบเบื้องต้น การก่อสร้างเบื้องต้น การติดตั้งวัสดุ เทคโนโลยีการก่อสร้าง ระบบโครงสร้าง และกฎหมายอาคาร ในระยะที่ 2 สถาปนิกแต่ละบทบาท จะมีการพัฒนาทักษะและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง สรุปได้ว่าสถาปนิกด้านออกแบบเน้นการพัฒนาด้านการออกแบบแนวใหม่ การเลือกใช้วัสดุและเทคโนโลยีเป็นหลักและมีการพัฒนาทางด้านความรู้ทางด้านวิศวกรรม พื้นฐานรองลงมา สถาปนิกด้านควบคุมงานก่อสร้างเน้นการพัฒนาด้านเทคโนโลยีการก่อสร้าง การประมาณเวลาในการก่อสร้างและการแก้ปัญหาเป็นหลัก และมีการพัฒนาทักษะความรู้ด้านการจัดการออกแบบแผนการทำงาน รองลงมา สถาปนิกดำเนินการเน้นการพัฒนาความรู้ด้านการบริหาร วางแผน การประเมินความเสี่ยงและควบคุมภาพรวมทั้งหมดเป็นหลัก และในระยะสุดท้ายสถาปนิกทุกบทบาทจะเน้นการพัฒนาทักษะและความรู้ทุกๆ ด้าน ที่มีการปรับปรุงข้อมูล เทคโนโลยี วัสดุ และนวัตกรรมใหม่ จากผลการวิจัยสรุปได้ว่า ผู้บริหารควรให้ความสำคัญการกระตุ้นเชิงนโยบาย ในการพัฒนาทักษะและความรู้ให้แก่สถาปนิกที่ควบคุมดูแล ส่วนการพัฒนาทักษะและความรู้ของสถาปนิกเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควรมีการวางแผนในการพัฒนาทักษะและความรู้ให้สัมพันธ์กัน เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

บรรณานุกรม :
สิริวัฒนา คุ้มทองมาก . (2552). ความรู้และทักษะที่ต้องการพัฒนาเพิ่มเติมสำหรับสถาปนิกระหว่างประกอบวิชาชีพ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สิริวัฒนา คุ้มทองมาก . 2552. "ความรู้และทักษะที่ต้องการพัฒนาเพิ่มเติมสำหรับสถาปนิกระหว่างประกอบวิชาชีพ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สิริวัฒนา คุ้มทองมาก . "ความรู้และทักษะที่ต้องการพัฒนาเพิ่มเติมสำหรับสถาปนิกระหว่างประกอบวิชาชีพ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print.
สิริวัฒนา คุ้มทองมาก . ความรู้และทักษะที่ต้องการพัฒนาเพิ่มเติมสำหรับสถาปนิกระหว่างประกอบวิชาชีพ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.