| ชื่อเรื่อง | : | ปัจจัยด้านความสามารถทางการคิด เชาวน์ปัญญา และจิตพิสัยที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 |
| นักวิจัย | : | ภาวิณี ทุ่งไธสง |
| คำค้น | : | คณิตศาสตร์ -- การศึกษาและการสอน (มัธยมศึกษา) , ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน -- คณิตศาสตร์ , ความคิดและการคิด , เชาวน์ , จิตพิสัย |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ศิริชัย กาญจนวาสี , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2551 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/32731 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551 การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ในการวิจัย 2 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านความสามารถทางการคิด เชาวน์ปัญญา และจิตพิสัยกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญด้านความสามารถทางการคิดแบบต่างๆ เชาวน์ปัญญาและจิตพิสัยที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 746 คน จาก 24 โรงเรียนได้มาจากการสุ่มแบบ 3 ขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แบบสอบถามวัดจิตพิสัยมีค่าความเที่ยงทั้งฉบับ 0.87 2) แบบสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ความเที่ยงทั้งฉบับมีค่า 0.82 ค่าเฉลี่ยความยากง่ายของแบบทดสอบ 0.51 ค่าเฉลี่ยอำนาจจำแนกของแบบทดสอบ 0.58 3) แบบทดสอบวัดความสามารถทางการคิด 4) แบบวัดเชาวน์ปัญญาผู้วิจัยใช้แบบทดสอบมาตรฐานของ Raven การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยใช้สถิติบรรยาย การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ และการวิเคราะห์โมเดลเชิงสาเหตุด้วยโปรแกรม LISREL 8.72 ผลการวิจัยสรุปได้ว่า 1) ตัวแปรปัจจัยสำคัญด้านการคิดส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ในระดับสูง ตัวแปรสำคัญที่ส่งต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ได้แก่ปัจจัยด้านการคิดแบบวิทยาศาสตร์ การคิดแก้ปัญหา การคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การคิดตัดสินใจ เชาวน์ปัญญา และจิตพิสัย ร่วมกันทำนายความแปรปรวนของตัวแปรผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ได้ร้อยละ 78.5 และความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของการทำนายเท่ากับ 0.451 2) ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยโดยการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างเชิงเส้นพบว่า โมเดลมีความตรง และมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (ไค-สแควร์ = 321.66 องศาอิสระ = 309 p = 0.29, GFI = 0.97, AGFI = 0.95, RMR = 0.016 ตัวแปรปัจจัยในโมเดลอธิบายความแปรปรวนของตัวแปรแฝงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ได้ร้อยละ 91 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ได้รับอิทธิพลทางบวกจากปัจจัยการคิดแบบวิทยาศาสตร์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การคิดวิเคราะห์ การคิดตัดสินใจ การคิดแก้ปัญหา เชาวน์ปัญญา ส่วนการคิดสร้างสรรค์และปัจจัยด้านจิตพิสัย พบว่ามีอิทธิพลในทางลบ |
| บรรณานุกรม | : |
ภาวิณี ทุ่งไธสง . (2551). ปัจจัยด้านความสามารถทางการคิด เชาวน์ปัญญา และจิตพิสัยที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ภาวิณี ทุ่งไธสง . 2551. "ปัจจัยด้านความสามารถทางการคิด เชาวน์ปัญญา และจิตพิสัยที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ภาวิณี ทุ่งไธสง . "ปัจจัยด้านความสามารถทางการคิด เชาวน์ปัญญา และจิตพิสัยที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print. ภาวิณี ทุ่งไธสง . ปัจจัยด้านความสามารถทางการคิด เชาวน์ปัญญา และจิตพิสัยที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.
|
