| ชื่อเรื่อง | : | ฟ็อกซ์พีสามโพซิทีฟเรกูลาทอรี ทีเซลล์ ในรอยโรคไลเคน แพลนัสในช่องปากในผู้ป่วยคนไทย |
| นักวิจัย | : | ปฐมาภรณ์ นาคพิพัฒน์ |
| คำค้น | : | เยื่อบุช่องปาก -- โรค , อิมมูโนฮีสโตเคมี , Oral mucosa -- Diseases , Immunohistochemistry |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | พรพรรณ พิบูลย์รัตนกิจ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะทันตแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/32368 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553 วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาจำนวนของ Foxp3⁺ เรกูลาทอรี ทีเซลล์ และสัดส่วนของ Foxp3⁺ เรกูลาทอรี ทีเซลล์ต่อ CD3⁺ ทีเซลล์ และต่อ CD4⁺ ทีเซลล์ในรอยโรคไลเคน แพลนัสในช่องปาก เปรียบเทียบกับเนื้อเยื่อปริทันต์อักเสบและเนื้อเยื่อปกติ วัสดุและวิธีการ ศึกษาเซลล์ที่มีการแสดงออกของ Foxp3, CD3 และ CD4 โดยใช้วิธีการย้อมอิมมูโนฮิสโตเคมี ในชิ้นเนื้อรอยโรคไลเคน แพลนัสในช่องปากจำนวน 20ราย เปรียบเทียบกับเนื้อเยื่อปริทันต์อักเสบจำนวน 20 ราย และเนื้อเยื่อปกติจำนวน 10 ราย วิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดเพื่อหาความแตกต่างของจำนวนเซลล์ที่มีการแสดงออกของ Foxp3, CD3 และ CD4 และร้อยละของ Foxp3⁺ เรกูลาทอรี ทีเซลล์ต่อ CD3⁺ ทีเซลล์ และต่อ CD4⁺ ทีเซลล์ระหว่างกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สถิติ One-Way ANOVA ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ผลการศึกษา ปฏิกิริยาที่ให้ผลบวกต่อ CD3, CD4 และ Foxp3 พบได้ในโมโนนิวเคลียร์เซลล์ในชั้นใต้เยื่อบุผิวของเนื้อเยื่อรอยโรคไลเคน แพลนัสในช่องปาก เนื้อเยื่อปริทันต์อักเสบ และเนื้อเยื่อปกติทั้งหมด ส่วนภายในชั้นเยื่อบุผิวนั้น Foxp3⁺ เซลล์ในลิมโฟไซต์พบในผู้ป่วยไลเคน แพลนัสในช่องปากทุกราย ขณะที่เนื้อเยื่อปริทันต์อักเสบ และเนื้อเยื่อปกติพบใน 18 ราย (ร้อยละ90) และ 8 ราย (ร้อยละ 80) ตามลำดับ นอกจากนี้จำนวนของ Foxp3⁺ เซลล์ CD3⁺ ทีเซลล์ และ CD4⁺ ทีเซลล์มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างทั้ง 3 กลุ่ม โดยเซลล์เหล่านี้พบได้มากที่สุดในรอยโรคไลเคน แพลนัสในช่องปาก รองลงมา คือ เนื้อเยื่อปริทันต์อักเสบ และเนื้อเยื่อปกติ ตามลำดับ อย่างไรก็ตามสัดส่วนของ Foxp3⁺ เซลล์ต่อ CD3⁺ ทีเซลล์หรือ CD4⁺ ทีเซลล์ไม่พบความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างทั้ง 3 กลุ่ม เมื่อพิจารณาจากชนิดของโรคไลเคน แพลนัสในช่องปาก พบว่าไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในจำนวนของ CD3⁺ ทีเซลล์ CD4⁺ ทีเซลล์ และ Foxp3⁺ เซลล์ และสัดส่วนของ Foxp3⁺ เซลล์ต่อ CD3⁺ ทีเซลล์หรือ CD4⁺ ทีเซลล์ระหว่างรอยโรคไลเคน แพลนัสในช่องปากชนิดร่างแห และชนิดฝ่อลีบหรือแผลถลอก สรุป จำนวน Foxp3⁺เรกูลาทอรี ทีเซลล์มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในรอยโรคไลเคน แพลนัสในช่องปาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Foxp3⁺ เรกูลาทอรี ทีเซลล์อาจมีบทบาทสำคัญต่อการเกิดพยาธิสภาพของรอยโรคไลเคน แพลนัสในช่องปาก |
| บรรณานุกรม | : |
ปฐมาภรณ์ นาคพิพัฒน์ . (2553). ฟ็อกซ์พีสามโพซิทีฟเรกูลาทอรี ทีเซลล์ ในรอยโรคไลเคน แพลนัสในช่องปากในผู้ป่วยคนไทย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปฐมาภรณ์ นาคพิพัฒน์ . 2553. "ฟ็อกซ์พีสามโพซิทีฟเรกูลาทอรี ทีเซลล์ ในรอยโรคไลเคน แพลนัสในช่องปากในผู้ป่วยคนไทย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปฐมาภรณ์ นาคพิพัฒน์ . "ฟ็อกซ์พีสามโพซิทีฟเรกูลาทอรี ทีเซลล์ ในรอยโรคไลเคน แพลนัสในช่องปากในผู้ป่วยคนไทย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print. ปฐมาภรณ์ นาคพิพัฒน์ . ฟ็อกซ์พีสามโพซิทีฟเรกูลาทอรี ทีเซลล์ ในรอยโรคไลเคน แพลนัสในช่องปากในผู้ป่วยคนไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.
|
