ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ระเบียบวิธีการบรรเลงพิณเปี๊ยะ 2 สายของครูรักเกียรติ ปัญญายศ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ระเบียบวิธีการบรรเลงพิณเปี๊ยะ 2 สายของครูรักเกียรติ ปัญญายศ
นักวิจัย : ธีรพงษ์ ฉลาด
คำค้น : รักเกียรติ ปัญญายศ , พิณเปี๊ยะ , การแสดงดนตรี
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ขำคม พรประสิทธิ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะศิลปกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/31440
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551

การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระเบียบวิธีการบรรเลงพิณเปี๊ยะ 2 สาย ของ ครูรักเกียรติ ปัญญายศ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการสัมภาษณ์ครูและช่างสร้างพิณเปี๊ยะ ในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2550 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2551 ผลการศึกษาพบว่าพิณเปี๊ยะ น่าจะมีพัฒนาการมาจากเครื่องดนตรีตระกูลวีณา และพิณน้ำเต้า ของอินเดีย ซึ่งเข้ามามีอิทธิพลต่อประเทศต่างๆ ในแถบเอเชีย โดยสันนิษฐานจากหลักฐานที่พบทางประวัติศาสตร์ เช่นประติมากรรม ภาพสลักนูนต่ำ ในศาสนสถานต่างๆ พิณเปี๊ยะเป็นเครื่องดนตรีโบราณล้านนา โดยมีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์ล้านนา จากหลักฐานจารึกทางประวัติ ศาสตร์ ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ จารึกใบลาน วรรณกรรม และจิตรกรรม ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อใด แต่สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 – 22 และได้พัฒนารูปแบบจากพิณน้ำเต้าสายเดียว มาเป็นพิณเปี๊ยะ 2 สาย จนถึง 7 สาย จากการวิเคราะห์ระเบียบวิธีการบรรเลงพิณเปี๊ยะ 2 สายของครูรักเกียรต ปัญญายศ พบว่าครูให้ความสำคัญเริ่มจากการจับพิณเปี๊ยะ ท่าในการบรรเลงพิณเปี๊ยะ การเทียบเสียงโดยให้ความสำคัญกับสัดส่วนและศักยภาพของเครื่องดนตรี ไม้ดีดตัดให้มีลักษณะตรงและเจาะเป็นรูสำหรับร้อยเชือกเพื่อผูกติดกับบริเวณตรงกลางของนิ้วนาง ไม่ใช้เพลงที่มีโน้ตติดกันเป็นทางเก็บมากๆ เพราะว่าจะทำให้ไม่มีช่วงที่ทำให้เกิดเสียงตงวาวต่างๆได ครูใช้ระเบียบวิธีการบรรเลงทั่วไปมาเป็นหลัก คือ (1) การป๊อก (2) การปาน (3) การป๊อกและปาน (4)การไหล(5) การจก (6) การอุ่มไข (7) การเต็ก และ(8) การรูดสาย ส่วนระเบียบวิธีการบรรเลงที่เป็นลักษณะเฉพาะของครูที่พบในเพลงสาวไหมและเพลงเปี๊ยะนั้น พบว่าครูเน้นการอุ่มไขเพื่อให้เกิดเสียง “ตงวาว” การป๊อกปานและอุ่มไข ที่มีความสัมพันธ์กัน ใช้กลวิธีการเปิดปิดกะลาที่แนบอยู่บริเวณเนินอก บรรเลงโดยใช้จังหวะสามัญที่เกิดจากตัวเราเป็นสำคัญ ถ่ายทอดเรื่องราวของบทเพลงด้วยอารมณ์ แสดงความเป็นตัวตนและความรู้สึกในการบรรเลงตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา

บรรณานุกรม :
ธีรพงษ์ ฉลาด . (2551). ระเบียบวิธีการบรรเลงพิณเปี๊ยะ 2 สายของครูรักเกียรติ ปัญญายศ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธีรพงษ์ ฉลาด . 2551. "ระเบียบวิธีการบรรเลงพิณเปี๊ยะ 2 สายของครูรักเกียรติ ปัญญายศ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธีรพงษ์ ฉลาด . "ระเบียบวิธีการบรรเลงพิณเปี๊ยะ 2 สายของครูรักเกียรติ ปัญญายศ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print.
ธีรพงษ์ ฉลาด . ระเบียบวิธีการบรรเลงพิณเปี๊ยะ 2 สายของครูรักเกียรติ ปัญญายศ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.