ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การนำวิธีก่อสร้างกึ่งสำเร็จรูปมาใช้กับโครงการบ้านเดี่ยวสำหรับผู้มีรายได้น้อย : กรณีศึกษาโครงการบ้านเอื้ออาทร รังสิตคลอง 3 จังหวัดปทุมธานี

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การนำวิธีก่อสร้างกึ่งสำเร็จรูปมาใช้กับโครงการบ้านเดี่ยวสำหรับผู้มีรายได้น้อย : กรณีศึกษาโครงการบ้านเอื้ออาทร รังสิตคลอง 3 จังหวัดปทุมธานี
นักวิจัย : ศุภสิทธิ์ พฤกษโชติ
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ไตรรัตน์ จารุทัศน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : 9741770189 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/27168
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (คพ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547

รัฐบาลมีนโยบายสร้างบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อยจำนวน 601,727 หน่วยภายใน 5 ปี ซึ่งเป็นที่รู้จักในนามของ “บ้านเอื้ออาทร” แต่การสร้างบ้านจำนวนมากที่มี่ต้นทุนต่ำในเวลาสั้นต้องการเทคนิคการก่อสร้างที่ดีขึ้น ดังนั้นการเคหะแห่งชาติซึ่งมีหน้าที่ดูแลจึงได้กำหนดว่าคุณสมบัติของผู้รับเหมาว่าผู้รับเหมาจะต้องเสนอวิธีการก่อสร้างเป็นแบบวิธีก่อสร้างแบบอุตสาหกรรมเท่านั้น ซึ่งผู้รับเหมาต่างก็เสนอวิธีการก่อสร้างที่แตกต่างกันไป และ ในปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาเพียงพอเกี่ยวกับระบบการก่อสร้างชิ้นส่วนสำเร็จที่นำมาใช้ วิทยานิพนธ์นี้จึงมีแนวคิดศึกษาระบบก่อสร้างระบบชิ้นส่วนสำเร็จดังกล่าว วัตถุประสงค์ของวิทยานิพนธ์นี้ คือ วิจัยและประเมินวิธีการก่อสร้างที่เหมาะสมสำหรับการก่อสร้างของบ้านเอื้ออาทร รังสิต คลอง 3 จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยวเอื้ออาทรโครงการแรก โครงการนี้เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 477 หลัง โดยแต่ละหลังมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 51.5 ตารางเมตร เทคนิคที่ใช้คือระบบก่อสร้างคอนกรีตชิ้นส่วนสำเร็จแบบคานและเสา(Frame หรือ Skeleton Structure) จากการวิจัยพบว่าการก่อสร้างระบบก่อสร้างระบบดังกล่าวสามารถนำมาใช้ได้ดีกับโครงการบ้านเดี่ยวเอื้ออาทร โดยมีราคาเฉลี่ยค่าก่อสร้างที่ 4,039 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) หรือ ลดลงร้อยละ 5 – 6 เมื่อเทียบกับวิธีก่อสร้างแบบเดิม และจุดคุ้มทุนของระบบไม้แบบเหล็กอยู่ที่ 221 หน่วย (ไม่หักค่าเสื่อมราคา) ในส่วนของเวลาการก่อสร้างโครงสร้างสามารถก่อสร้างได้ประมาณ 103 ตารางเมตร หรือ 2 หน่วยต่อวันต่อทีมก่อสร้าง โดยทีมก่อสร้าง ประกอบด้วย เครน 1 คัน แบะแรงงาน อีก 7 คน ระบบการก่อสร้างอาจปรับปรุงได้รวดเร็วขึ้นโดยการใช้จุดต่อแบบแห้ง (Dry Joint) แทน แบบเปียก (Wet Joint) และใช้วัสดุผนังสำเร็จรูป จากการสัมภาษณ์ผู้อยู่อาศัย 88 ครัวเรือน พบว่าคุณภาพของระบบการก่อสร้างนี้จัดว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจและผู้อยู่อาศัยเกือบทั้งหมดต้องการต่อเติมอาคาร ดังนั้นระบบก่อสร้างชิ้นส่วนสำเร็จที่เลือกใช้จึงจำเป็นจะต้องออกแบบให้ทำการต่อเติมบ้านได้ ปัญหาหลักที่พบคือการบริหารจัดการการก่อสร้าง ซึ่งสามารถปรับปรุงได้โดยการจัดตั้งองค์กรดูแลระบบก่อสร้างกึ่งสำเร็จรูป (Precast Institute) เพื่อเพิ่มความรู้ ความชำนาญ ต่อ สถาปนิก และ วิศวกร

บรรณานุกรม :
ศุภสิทธิ์ พฤกษโชติ . (2547). การนำวิธีก่อสร้างกึ่งสำเร็จรูปมาใช้กับโครงการบ้านเดี่ยวสำหรับผู้มีรายได้น้อย : กรณีศึกษาโครงการบ้านเอื้ออาทร รังสิตคลอง 3 จังหวัดปทุมธานี.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศุภสิทธิ์ พฤกษโชติ . 2547. "การนำวิธีก่อสร้างกึ่งสำเร็จรูปมาใช้กับโครงการบ้านเดี่ยวสำหรับผู้มีรายได้น้อย : กรณีศึกษาโครงการบ้านเอื้ออาทร รังสิตคลอง 3 จังหวัดปทุมธานี".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศุภสิทธิ์ พฤกษโชติ . "การนำวิธีก่อสร้างกึ่งสำเร็จรูปมาใช้กับโครงการบ้านเดี่ยวสำหรับผู้มีรายได้น้อย : กรณีศึกษาโครงการบ้านเอื้ออาทร รังสิตคลอง 3 จังหวัดปทุมธานี."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547. Print.
ศุภสิทธิ์ พฤกษโชติ . การนำวิธีก่อสร้างกึ่งสำเร็จรูปมาใช้กับโครงการบ้านเดี่ยวสำหรับผู้มีรายได้น้อย : กรณีศึกษาโครงการบ้านเอื้ออาทร รังสิตคลอง 3 จังหวัดปทุมธานี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2547.