| ชื่อเรื่อง | : | ผลยับยั้งพฤติกรรมขันอาสาของคนเมื่อยู่ต่อหน้าเพื่อน และคนแปลกหน้า |
| นักวิจัย | : | สร้อยระย้า สิริวาร |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ชัยพร วิชชาวุธ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2518 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/25931 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2518 การทดลองนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะศึกษา ( 1 ) ผลยับยั้งพฤติกรรมขันอาสาของคนเมื่อยู่ต่อหน้าเพื่อนและคนแปลกหน้าในเหตุการณ์ฉุกเฉิน ( 2 ) เพื่อเปรียบเทียบกับผลการวิจัยของลาตาเน่ และ ดาร์เล่ ( Latane and Darley, 1968) และผลการวิจัยของลาตาเน่และโรแดง ( Latane and Rodin , 1969) กลุ่มตัวอย่างเป็นนิสิตระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 2 – 4 ที่ศึกษาในปีการศึกษา 2517 คณะครุศาสตร์ และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จำนวน 140 คน โดยเชิญผู้รับการทดลองมาร่วมการสัมภาษณ์ในหัวข้อ “ปัญหาการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย” แบ่งกลุ่มทดลองออกเป็น 4 เงื่อนไข ดังนี้ ( 1 ) เงื่อนไขคนเดียว จำนวน 20 คน แต่ละคนเผชิญกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ขณะที่ทำแบบสอบถามก่อนสัมภาษณ์คนเดียว ( 2 ) เงื่อนไขผู้รับการทดลองกับผู้ร่วมคิด จำนวน 40 คน ผู้ร่วมคิดเป็นผู้ที่ทราบถึงการวิจัยโดยตลอด และได้รับการบอกให้มีพฤติกรรมเฉย พยายามหลีกเลี่ยงการสนทนาให้มากที่สุด และไม่สนใจต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้น ( 3 ) เงื่อนไขคู่เพื่อนจำนวน 20 คู่ ผู้รับการทดสอบแต่ละคนอยู่กับเพื่อนขณะที่ทำแบบสอบถาม ( 4 ) เงื่อนไขคู่คนแปลกหน้า จำนวน 20 คู่ ผู้รับการทดลองในแต่ละคน ไม่รู้จักคุ้นเคยกัน และไม่มีการแนะนำให้รู้จักกัน เหตุการณ์ฉุกเฉินในการทดลองเกิดขึ้นหลังจากผู้ทดลองอออกจาห้องทดลองแล้ว 1 นาที เป็นควันสีขาว ที่เกิดจากการทำปฏิกิริยาของสารเคมีได้แก่ ซิงค์ออกไซด์ เฮกซ่าคลอโรอีเทน อลูมิเนียม แบเรียมไนเตรด และกัมมะกันผง ควันสีขาวเคลื่อนที่จากกระป๋องผ่านทางช่องประตูอีกห้องหนึ่งที่แง้มไว้เข้ามาในห้องทดลอง ขณะที่ผู้รับการทดลองกำลังทำแบบสอบถามก่อนการสัมภาษณ์ การทดลองสิ้นสุดลง ถ้าผู้รับการทดลองในแต่ละเงื่อนไขออกมารายงานหรือไม่ออกมารายงานการเกิดควันภายใน 5 นาที ตัวแปรตามในการทดลองนี้คือ เวลาที่ผู้รับการทดลองแต่ละคนอยูในห้องทดลองก่อนออกมารายงานการเกิดควัน วิธีวิเคราะห์ข้อมูลคือ หาค่าร้อยละของการแสดงพฤติกรรมขันอาสาในแต่ละเงื่อนไขและวิเคราะห์ค่าไคสแควร์เพื่อทดสอบความมีนัยสำคัญ ผลการวิจัยที่สำคัญปรากฏว่า ( 1 ) มีการแสดงพฤติกรรมขันอาสาในเงื่อนไขคนเดียว 85 % เงื่อนไขคู่เพื่อน และคู่คนแปลกหน้า 90% และเงือนไขผู้รับการทดลองกับผู้ร่วมคิด 45 % ( 2 ) การแสดงพฤติกรรมขันอาสาในเงื่อนไขคนเดียวมากกว่าในเงื่อนไขผู้ร่วมคิดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ( 3 ) การแสดงพฤติกรรมขันอาสาในเงื่อนไขคู่เพื่อนไม่แตกต่างจากเงื่อนไขคนเดียว และเงื่อนไขผู้รับการทดลองกับผู้ร่วมคิดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ( 4 ) การแสดงพฤติกรรมขันอาสาในเงื่อนไขคู่คนแปลกหน้าไม่แตกต่างจากเงื่อนไขคนเดียว และเงื่อนไขผู้รับการทดลองกับผู้ร่วมคิดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ( 5 ) การแสดงพฤติกรรมขันอาสาในเงื่อนไขคู่เพื่อน และคู่คนแปลกหน้าไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ( 6 ) คนไทยและคนอเมริกันมีการแสดงพฤติกรรมขันอาสาในเงื่อนไขคนเดียวไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ( 7 ) ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า คนไทยและคนอเมริกันมีการแสดงพฤติกรรมขันอาสาในเงื่อนไขคู่เพื่อน คู่คนแปลกหน้า และผู้รับการทดลองกับผู้ร่วมคิดแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เพราะเนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบในสภาพการทดลองที่แตกต่างกัน |
| บรรณานุกรม | : |
สร้อยระย้า สิริวาร . (2518). ผลยับยั้งพฤติกรรมขันอาสาของคนเมื่อยู่ต่อหน้าเพื่อน และคนแปลกหน้า.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สร้อยระย้า สิริวาร . 2518. "ผลยับยั้งพฤติกรรมขันอาสาของคนเมื่อยู่ต่อหน้าเพื่อน และคนแปลกหน้า".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สร้อยระย้า สิริวาร . "ผลยับยั้งพฤติกรรมขันอาสาของคนเมื่อยู่ต่อหน้าเพื่อน และคนแปลกหน้า."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2518. Print. สร้อยระย้า สิริวาร . ผลยับยั้งพฤติกรรมขันอาสาของคนเมื่อยู่ต่อหน้าเพื่อน และคนแปลกหน้า. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2518.
|
