| ชื่อเรื่อง | : | การประเมินปริมาณกระดูกภายหลังการปลูกถ่ายกระดูกทุติยภูมิใน ผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ |
| นักวิจัย | : | นรินทร์ เจนยุทธนา |
| คำค้น | : | ปากแหว่ง -- การรักษา , เพดานโหว่ -- การรักษา , ริมฝีปาก -- ความผิดปกติ -- การรักษา , เพดาปาก -- ความผิดปกติ -- การรักษา , การย้ายปลูกกระดูก -- การใช้รักษา |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สมรตรี วิถีพร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะทันตแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/28171 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554 วัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อประเมิน และเปรียบเทียบปริมาณกระดูกภายหลังการปลูกถ่ายในผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ และศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของการปลูกถ่ายกระดูกทุติยภูมิ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ของหน่วยความผิดปกติของใบหน้าแต่กำเนิด โรงพยาบาลคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 100 ราย (ชาย 56 ราย หญิง 44 ราย) อายุเฉลี่ย 14.45±5.62 ปี (8.7-32.5 ปี) แบ่งเป็นปากแหว่งเพดานโหว่ด้านเดียว 62 ราย ปากแหว่งเพดานโหว่สองด้าน 27 ราย และกระดูกเบ้าฟันโหว่ด้านเดียว 11 ราย ผู้ป่วยทุกรายใช้กระดูกสะโพกของตนเองในการปลูกถ่าย ประเมินปริมาณกระดูกจากภาพรังสีกัดสบหลังการปลูกถ่ายในระยะแรก 3-6 เดือน และในระยะยาวไม่น้อยกว่า 1 ปี แบ่งระดับกระดูกออกเป็น ระดับ 1 (≥ ร้อยละ 75) ระดับ 2 (≥ ร้อยละ 50) ระดับ 3( ≥ ร้อยละ 25) และระดับ 4 (< ร้อยละ 25) วิเคราะห์ระดับกระดูกที่เปลี่ยนแปลงระหว่างการติดตามผลระยะแรก และระยะยาวด้วยการทดสอบเชิงเครื่องหมายและลำดับที่แบบวิลคอกซันสำหรับตัวอย่างคู่ และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่มีผลต่อการปลูกถ่ายกระดูกกับปริมาณกระดูกหลังการปลูกถ่ายด้วยการทดสอบไคสแควร์ ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 ผลวิจัยพบว่า ในการรักษากระดูกเบ้าฟันโหว่ด้วยการปลูกถ่ายกระดูกทุติยภูมิ 127 ตำแหน่ง ในการติดตามผลระยะแรกประสบความสำเร็จร้อยละ 94.5 โดยร้อยละ 76.4 มีกระดูก ≥ ร้อยละ 75 ร้อยละ 18.1 มีกระดูก ≥ ร้อยละ 50 ร้อยละ 5.5 มีกระดูก ≥ ร้อยละ 25 การติดตามผลในระยะสุดท้ายประสบความสำเร็จร้อยละ 92.9 โดยร้อยละ 74.8 มีกระดูก ≥ ร้อยละ 75 ร้อยละ 18.1 มีกระดูก ≥ ร้อยละ 50 ร้อยละ 7.1 มีกระดูก ≥ ร้อยละ 25 ปริมาณกระดูกภายหลังการปลูกถ่ายในระยะแรกและระยะสุดท้ายไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับนัยสำคัญ .05 อายุผู้ป่วย การงอกของฟันเขี้ยว และการเคลื่อนฟันทางทันตกรรมจัดฟันมีความสัมพันธ์ต่อความสำเร็จของการปลูกถ่ายกระดูกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p ≤ .05) งานวิจัยสนับสนุนการศึกษาที่ผ่านมาซึ่งแนะนำว่าช่วงเวลาปลูกถ่ายกระดูกที่เหมาะสมคือ ก่อนการงอกของฟันเขี้ยวที่อยู่ชิดกับช่องโหว่ |
| บรรณานุกรม | : |
นรินทร์ เจนยุทธนา . (2554). การประเมินปริมาณกระดูกภายหลังการปลูกถ่ายกระดูกทุติยภูมิใน ผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นรินทร์ เจนยุทธนา . 2554. "การประเมินปริมาณกระดูกภายหลังการปลูกถ่ายกระดูกทุติยภูมิใน ผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นรินทร์ เจนยุทธนา . "การประเมินปริมาณกระดูกภายหลังการปลูกถ่ายกระดูกทุติยภูมิใน ผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print. นรินทร์ เจนยุทธนา . การประเมินปริมาณกระดูกภายหลังการปลูกถ่ายกระดูกทุติยภูมิใน ผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.
|
