ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปฏิสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบการเสนอภาพและประเภทการรับรู้ทางตา ต่อการสร้างมโนทัศน์วิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปฏิสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบการเสนอภาพและประเภทการรับรู้ทางตา ต่อการสร้างมโนทัศน์วิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
นักวิจัย : พีระยศ ยุภาศ
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วชิราพร อัจฉริยโกศล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2529
อ้างอิง : 9745664391 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/24969
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2529

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบการเสนอภาพและประเภทการรับรู้ทางตาต่อการสร้างมโนทัศน์วิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนโรงเรียนวิมุตยารามพิทยากร กรุงเทพมหานคร ปี การศึกษา 2528 จำนวน 120 คน ซึ่งได้ผ่านการทดสอบ โอเวนเฟลด์ เทสท์ ออฟ ซับ เจทีฟ อิม เพรสชัน เพื่อแบ่งประเภทการรับรู้ทางตาออกเป็นแบบทัศนะและแบบแฮพติคมาอย่างละ 60 คน แต่ละประเภทแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 30 คน โดยวิธีสุ่มตัวอย่างอย่างง่ายจากนั้นนำนักเรียนกลุ่มที่ 1 ของทั้ง 2 ประเภท เข้ารับการทดลองโดยการดูสไลด์ทั้งการเสนอแบบทีละภาพและกลุ่มที่ 2 ของทั้ง 2 ประเภทเข้ารับการทดลองโดยการดูสไลด์ที่มีการเสนอแบบหลายภาพพร้อมกัน เครื่องมือการวิจัยเป็นภาพสไลด์ชุด 12 ชุด แต่ละชุดมี 4 ภาพ เสนอ เสนอมโนทัศน์ทางวิทยาศาสตร์ 1 มโนทัศน์ รูปแบบการเสนอภาพทั้ง 4 มีสองรูปแบบคือ แบบที่ละภาพและแบบหลายภาพพร้อมกัน กลุ่มที่ดูสไลด์ที่ที่เสนอแบบทีละภาพต่อเนื่องกัน ผู้วิจัยทำการฉายภาพไปยังจอทีละภาพ ภาพละ 7 วินาที จำนวน 4 ภาพ เมื่อดูจบแล้วจะมีสไลด์คำถามปรากฏบนจอเป็นเวลา 1 นาที ให้นักเรียนตอบคำถามลงในกระดาษคำตอบที่แจกให้ สำหรับกลุ่มที่มีภาพแบบหลายภาพพร้อมกัน ผู้วิจัยได้ทำการฉายภาพไปยังจอพร้อมกันทีเดียว 4 ภาพ เป็นเวลา 28 วินาที เมื่อดูเสร็จก็มีสไลด์คำถามปรากฏบนจอเป็นเวลา 1 นาที นักเรียนตอบคำถามลงในกระดาษคำตอบที่กำหนดให้ นำข้อมูลที่รวบรวมได้มาวิเคราะห์ค่าสถิติด้วยวิธีวิเคราะห์ความแปรปรวนสองทาง สรุปผลการวิจัย 1. นักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการเสนอภาพ (แบบที่ละภาพ/แบบหลายภาพพร้อมกัน) และประเภทการรับรู้ทางตา (แฮพติค/ทัศนะ) สร้างมโนทัศน์วิชาวิทยาศาสตร์ได้ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ.05 2. นักเรียนที่มีการับรู้ทางตาแบบแฮพติค กับนักเรียนที่มีการรับรู้ทางตาแบบทัศนะสร้างมโนทัศน์วิชาวิทยาศาสตร์ได้ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ.05 3. นักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการเสนอภาพแบบที่ละภาพกับหลายภาพพร้อมกันสร้างมโนทัศน์วิชาวิทยาศาสตร์ได้ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05

บรรณานุกรม :
พีระยศ ยุภาศ . (2529). ปฏิสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบการเสนอภาพและประเภทการรับรู้ทางตา ต่อการสร้างมโนทัศน์วิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พีระยศ ยุภาศ . 2529. "ปฏิสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบการเสนอภาพและประเภทการรับรู้ทางตา ต่อการสร้างมโนทัศน์วิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พีระยศ ยุภาศ . "ปฏิสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบการเสนอภาพและประเภทการรับรู้ทางตา ต่อการสร้างมโนทัศน์วิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2529. Print.
พีระยศ ยุภาศ . ปฏิสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบการเสนอภาพและประเภทการรับรู้ทางตา ต่อการสร้างมโนทัศน์วิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2529.