| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมตามแนวคิดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาตามสภาพจริงเป็นฐาน และซุปเปอร์เลิร์นนิ่งเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะสำหรับอาชีพกรรมการผู้ตัดสินกีฬา |
| นักวิจัย | : | กฤษฎ์ มีมุข |
| คำค้น | : | การศึกษานอกระบบโรงเรียน , การเรียนรู้ (จิตวิทยา) , การฝึกอบรม , ผู้ตัดสินกีฬา , การเรียนที่ใช้ปัญหาเป็นฐาน , Non-formal education , Learning, Psychology of , Training , Referees , Problem-based learning |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา , รัตนา พุ่มไพศาล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/24558 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554 การวิจัยครั้งนี้เป็นแบบกึ่งทดลอง โดยมีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อกำหนดสมรรถนะกรรมการผู้ตัดสินกีฬา (2) เพื่อพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมในการเสริมสร้างสมรรถนะกรรมการผู้ตัดสินกีฬา (3) เพื่อศึกษาผลของการใช้รูปแบบการฝึกอบรมที่ได้พัฒนาขึ้น (4) เพื่อศึกษาปัจจัยและเงื่อนไขความสำเร็จในการนำรูปแบบการฝึกอบรมที่ต้องการพัฒนาขึ้นไปใช้ ขั้นตอนในการวิจัยแบ่งเป็น 4 ระยะ ระยะที่ 1: การกำหนดสมรรถนะสำหรับการปฏิบัติอาชีพกรรมการผู้ตัดสินกีฬา ระยะที่ 2: การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมตามแนวคิดการเรียนรู้ โดยใช้ปัญหาตามสภาพจริงเป็นฐานและซุปเปอร์เลิร์นนิ่ง เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะสำหรับอาชีพกรรมการผู้ตัดสินกีฬา ระยะที่ 3: การศึกษาผลของการใช้รูปแบบการฝึกอบรมตามแนวคิดการเรียนรู้ โดยใช้ปัญหาตามสภาพจริงเป็นฐานและซุปเปอร์เลิร์นนิ่ง เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะสำหรับอาชีพกรรมการ ผู้ตัดสินกีฬากับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 69 คน เป็นนักกอล์ฟจากสมาคมกอล์ฟ ชมรมกอล์ฟต่างๆ ภายในประเทศและนักศึกษาในภาควิชาการบริหารจัดการธุรกิจกีฬากอล์ฟ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จำนวน 69 คน แบ่งเป็นกลุ่มควบคุม 37 คนและกลุ่มทดลอง 32 คน โดยกลุ่มทดลองได้รับการฝึกอบรมตามรูปแบบที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น ระยะที่ 4: การวิเคราะห์ปัจจัยและเงื่อนไขในการนำรูปแบบการฝึกอบรมทางการศึกษานอกระบบโรงเรียนที่ต้องการพัฒนาขึ้นไปใช้ ผลการวิจัยพบว่า 1. สมรรถนะของกรรมการผู้ตัดสินกีฬาประกอบด้วย (1) สมรรถนะทางความรู้ 3 ด้าน คือความรู้ทั่วไปด้านกีฬาของประเภทที่ต้องตัดสิน ความรู้ด้านกฎ กติกาข้อบังคับของกีฬาที่ต้องตัดสินและความรู้ด้านอำนาจหน้าที่ของผู้ตัดสินกีฬา (2) สมรรถนะด้านทักษะ 3 ด้านคือ การสื่อสาร การเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง การทำงานเป็นทีม (3) ทัศนคติ 3 ด้านคือ ความสำนึกในหน้าที่รับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ ยุติธรรม และความฉลาดทางอารมณ์และการควบคุมตนเอง 2. รูปแบบการฝึกอบรมที่ผู้วิจัยพัฒนานั้นประกอบด้วย (1) หลักการ (2) วัตถุประสงค์ (3) กระบวนการ โดยขั้นตอนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะของอาชีพกรรมการผู้ตัดสินกีฬา มาจากกิจกรรมการเรียนรู้ 19 ขั้นตอนของการผนวกแนวคิดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาตามสภาพจริงเป็นฐานและซุปเปอร์เลิร์นนิ่ง 3. ผลการใช้รูปแบบการฝึกอบรมที่พัฒนาขึ้นของผู้วิจัย สามารถเสริมสร้างสมรรถนะสำหรับกรรมการผู้ตัดสินกีฬาได้จริง โดยกลุ่มทดลองมีระดับคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหลังจากการฝึกอบรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4. ผลการศึกษาปัจจัยและเงื่อนไขความสำเร็จในการนำรูปแบบการฝึกอบรมไปใช้ประกอบด้วย (1) ปัจจัยส่งเสริมของการฝึกอบรมมี 4 ด้านคือ ความต้องการเข้าสู่อาชีพกรรมการผู้ตัดสินกีฬา กิจกรรมการเรียนรู้ เนื้อหาสาระ วิทยากร และแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ (2) ปัญหาของการจัดฝึกอบรมมี 2 ด้าน คือ การประเมิน และด้านวิยากรผู้ช่วย (3) อุปสรรคของการฝึกอบรมมี2 ด้าน คือ ผู้เรียน สถานที่และวัสดุอุปกรณ์ |
| บรรณานุกรม | : |
กฤษฎ์ มีมุข . (2554). การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมตามแนวคิดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาตามสภาพจริงเป็นฐาน และซุปเปอร์เลิร์นนิ่งเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะสำหรับอาชีพกรรมการผู้ตัดสินกีฬา.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กฤษฎ์ มีมุข . 2554. "การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมตามแนวคิดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาตามสภาพจริงเป็นฐาน และซุปเปอร์เลิร์นนิ่งเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะสำหรับอาชีพกรรมการผู้ตัดสินกีฬา".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กฤษฎ์ มีมุข . "การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมตามแนวคิดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาตามสภาพจริงเป็นฐาน และซุปเปอร์เลิร์นนิ่งเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะสำหรับอาชีพกรรมการผู้ตัดสินกีฬา."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print. กฤษฎ์ มีมุข . การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมตามแนวคิดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาตามสภาพจริงเป็นฐาน และซุปเปอร์เลิร์นนิ่งเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะสำหรับอาชีพกรรมการผู้ตัดสินกีฬา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.
|
