| ชื่อเรื่อง | : | บทบาทของหนังสือพิมพ์ที่มีต่อการพัฒนาแนวความคิดใหม่ : ศึกษาเฉพาะกรณีการทำให้การทำแท้งถูกต้องตามกฎหมาย |
| นักวิจัย | : | อัญชลี จารุสมบัติ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อำรุง จันทวานิช , ดร.ธนวดี บุญลือ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2526 |
| อ้างอิง | : | 9745627151 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/22748 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (นศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2526 การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมาย เพื่อที่จะศึกษาถึงบทบาทของหนังสือพิมพ์ที่มีต่อการพัฒนาแนวความคิดใหม่ ซึ่งแนวความคิดใหม่ในที่นี้คือ การแก้ไขกฎหมายการทำแท้งที่มีอยู่เดิมเพื่อให้มีการทำแท้งอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพื่อขจัดปัญหาต่าง ๆ เช่น ปัญหาเด็กขาดรัก ขาดความอบอุ่น ปัญหาด้านความยากจนไม่สามารถที่จะเลี้ยงดูบุตรได้ ตลอดทั้งปัญหาอัตราการตายที่เกิดจากการลักลอบทำแท้งโดยผิดกฎหมาย ดังนั้นจากแนวความคิดที่ว่าสื่อมวลชนมีอิทธิพลหลายประการต่อระบบของสังคม รวมทั้งมีบทบาทอย่างมากต่อการนำเสนอแนวความคิดใหม่เข้าสู่ระบบสังคม ด้วยเหตุนี้เองจึงได้ทำการศึกษาเนื้อหาของหนังสือพิมพ์ซึ่งเป็นสื่อมวลชนที่มีเสรีภาพมากที่สุดในสังคมไทยปัจจุบัน ในด้านการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการทำแท้ง โดยแบ่งการศึกษาออกเป็นสามลักษณะคือ 1. ทำการวิเคราะห์เนื้อหาโดยการเปรียบเทียบหนังสือพิมพ์ที่มีลักษณะแตกต่างกันคือ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ประเภทแพร่หลายทั่วไป (Popular Newspaper) และหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ซึ่งมีลักษณะเป็นหนังสือพิมพ์ประเภทคุณภาพ (Quality Newspaper) ในด้านปริมาณการเสนอเนื้อหา ลักษณะการนำเสนอ และแนวโน้มของการเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการทำแท้ง 2. การสำรวจภาคสนามเพื่อศึกษาถึงทัศนะของวุฒิสมาชิกเกี่ยวกับหน้าที่ บทบาท และประโยชน์ของหนังสือพิมพ์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะวุฒิสมาชิก 3. การนำข้อมูลจากทัศนะของวุฒิสมาชิกมาเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์เนื้อหาหนังสือพิมพ์ วิธีการนี้เป็นวิธีการประยุกต์วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และการสำรวจภาคสนาม (Field Survey) การวิเคราะห์เนื้อหาได้วิเคราะห์จากหนังสือพิมพ์ระหว่างปี 2524-2525 เพราะเป็นปีที่มีการพิจารณาแก้ไขกฎหมายการทำแท้งจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิก ส่วนการสำรวจทัศนะของวุฒิสมาชิกจำนวน 220 นาย อาศัยการส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์ ข้อมูลที่ได้นำมาประมวลผลทางสถิติโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์คำนวณค่าร้อยละ และค่าเฉลี่ย ส่วนการวิเคราะห์เนื้อหาอาศัยสถิติการคำนวณโดยการวิเคราะห์เนื้อหาโดยเฉพาะ ได้แก่ The Coefficiency of Imbalance and Two – way Analysis of Varience ผลการวิจัย 1. หนังสือพิมพ์สยามรัฐซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ประเภทคุณภาพมีกรเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการทำแท้งในปริมาณที่มากกว่าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ประเภทแพร่หลายทั่วไป 2. หนังสือพิมพ์ไทยรัฐและหนังสือพิมพ์สยามรัฐมีลักษณะการนำเสนอ ข่าวและบทความไม่แตกต่างกัน คือมุ่งทั้งการให้ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์สภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้น และเป็นตัวนำของความคิดเห็น 3. หนังสือพิมพ์ไทยรัฐมีแนวโน้มของการเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการทำแท้งอย่างเป็นกลาง แต่หนังสือพิมพ์สยามรัฐมีแนวโน้มของการเห็นด้วยหรือสนับสนุนการทำแท้ง ส่วนทัศนะของวุฒิสมาชิกนั้นพบว่า มีทัศนะต่อบทบาทการปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ของหนังสือพิมพ์ยังไม่เป็นที่พอใจนัก และการเปรียบเทียบข้อมูลด้านปริมาณ ลักษณะการนำเสนอ และแนวโน้มเกี่ยวกับการเสนอเนื้อหาการทำแท้งจากการวิเคราะห์เนื้อหาหนังสือพิมพ์และจากทัศนะของวุฒิสมาชิกมีความแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามวุฒิสมาชิกให้ความน่าเชื่อถือต่อหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ประเภทคุณภาพในระดับสูง และเห็นว่ามีการเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการทำแท้งมากกว่าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ประเภทแพร่หลายทั่วไป |
| บรรณานุกรม | : |
อัญชลี จารุสมบัติ . (2526). บทบาทของหนังสือพิมพ์ที่มีต่อการพัฒนาแนวความคิดใหม่ : ศึกษาเฉพาะกรณีการทำให้การทำแท้งถูกต้องตามกฎหมาย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อัญชลี จารุสมบัติ . 2526. "บทบาทของหนังสือพิมพ์ที่มีต่อการพัฒนาแนวความคิดใหม่ : ศึกษาเฉพาะกรณีการทำให้การทำแท้งถูกต้องตามกฎหมาย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อัญชลี จารุสมบัติ . "บทบาทของหนังสือพิมพ์ที่มีต่อการพัฒนาแนวความคิดใหม่ : ศึกษาเฉพาะกรณีการทำให้การทำแท้งถูกต้องตามกฎหมาย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2526. Print. อัญชลี จารุสมบัติ . บทบาทของหนังสือพิมพ์ที่มีต่อการพัฒนาแนวความคิดใหม่ : ศึกษาเฉพาะกรณีการทำให้การทำแท้งถูกต้องตามกฎหมาย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2526.
|
