| ชื่อเรื่อง | : | การรับรู้เกี่ยวกับค่านิยมพื้นฐานของนักเรียนทหารตำรวจ |
| นักวิจัย | : | อัจฉรา ถนัดหัตถกรรม |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | พรชุลี อาชวอำรุง , พูนทรัพย์ นพวงศ์ ณ อยุธยา |
| ปีพิมพ์ | : | 2527 |
| อ้างอิง | : | 9745634301 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/22745 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2527 วัตถุประสงค์ของการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาเรื่องการรับรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามค่านิยมพื้นฐานของนักเรียนทหารตำรวจ 2. เพื่อเปรียบเทียบการรับรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามค่านิยมพื้นฐานของนักเรียนทหารตำรวจ ในระหว่างสถาบันการศึกษาทั้งสี่เหล่า และเปรียบเทียบกันในระหว่างนักเรียนชั้นปีแรกกับปีสุดท้าย 3. เพื่อเปรียบเทียบการรับรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามค่านิยมพื้นฐานระหว่างนักเรียนทหารตำรวจที่เป็นบุตรทหาร-ตำรวจ กับนักเรียนทหารตำรวจที่เป็นบุตรพลเรือน การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาที่เน้นในด้านการปฏิบัติตามค่านิยมพื้นฐานตามแนวโน้มของศักยภาพพฤติกรรมที่จะนำไปสู่การปฏิบัติจริง วิธีดำเนินการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการสำรวจเรื่องการรับรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามค่านิยมพื้นฐานของนักเรียนทหารตำรวจ คือนักเรียนนายร้อย จปร. นักเรียนนายเรือ นักเรียนนายเรืออากาศ และนักเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งมีจำนวนกลุ่มตัวอย่าง 327 คน ที่กำลังศึกษาอยู่ในปีการศึกษา 2526 เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสำรวจที่สร้างขึ้นเป็นแบบสอบถาม โดยใช้ “แนวทางปฏิบัติตามค่านิยมพื้นฐาน” ของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นดรรชนีของแนวทางปฏิบัติ ผู้วิจัยได้ทำการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสม โดยผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยาและจริยธรรม การวิเคราะห์ข้อมูลวิเคราะห์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS เพื่อหาค่าร้อยละ มัชฌิมเลขคณิต ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ที-เทสต์ และ เอฟ-เทสต์ และทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ โดยวิธีของเชฟเฟ (Scheffe´’s method) ผลการวิจัย ผลการวิเคราะห์ข้อมูลสรุปได้ดังนี้ 1. การรับรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามค่านิยมพื้นฐานแต่ละประการของนักเรียนทหารตำรวจทั้งสี่เหล่า ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 และพบว่า ค่าเฉลี่ยในเรื่องการรับรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามคุณธรรมของศาสนาของนักเรียนนายเรืออากาศ มีค่าเฉลี่ยสูงสุดและค่าเฉลี่ยด้านการมีความรักชาติศาสน์กษัตริย์ของนักเรียนนายร้อยตำรวจมีค่าเฉลี่ยสูงสุด เมื่อเปรียบเทียบกันในระหว่างสี่เหล่า 2. การรับรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามค่านิยมพื้นฐาน 5 ประการ ของนักเรียนทหารตำรวจทั้งสี่เหล่า เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างชั้นปีที่ 2 กับชั้นปีที่ 5 สำหรับนักเรียนนายร้อย จปร. นักเรียนนายเรือ นักเรียนนายเรืออากาศ ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 ส่วนนักเรียนนายร้อยตำรวจ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างชั้นปีที่ 2 กับชั้นปีที่ 4 พบว่ามีความแตกต่างกันในการรับรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามค่านิยมพื้นฐานถึง 4 ใน 5 ประการ คือ ด้านการประหยัดและออม การมีระเบียบวินัยและเคารพกฎหมาย การปฏิบัติตามคุณธรรมของศาสนา การมีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 3. การรับรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามค่านิยมพื้นฐาน 5 ประการ ของนักเรียนทหารตำรวจทั้งสี่เหล่าทัพที่เป็นบุตรทหาร-ตำรวจ เปรียบเทียบกับนักเรียนที่เป็นบุตรพลเรือน พบว่า ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 ข้อสรุปผลการวิจัย ผู้วิจัยสรุปผลดังต่อไปนี้ 1. นักเรียนทหารตำรวจทั้งสี่เหล่า มีแนวโน้มที่จะปฏิบัติตามค่านิยมพื้นฐานทั้ง 5 ประการ ถ้ามีโอกาสที่จะได้กระทำ 2. นักเรียนทหารตำรวจทั้งสี่เหล่ามีการรับรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามค่านิยมพื้นฐาน เมื่อแรกเข้าศึกษา เช่น เดียวกับตอนที่ใกล้จบการศึกษา 3. การเป็นบุตรทหารตำรวจ และการเป็นบุตรพลเรือนนั้น ไม่มีผลต่อการรับรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามค่านิยมพื้นฐานของนักเรียนทหารตำรวจทั้งสี่เหล่า |
| บรรณานุกรม | : |
อัจฉรา ถนัดหัตถกรรม . (2527). การรับรู้เกี่ยวกับค่านิยมพื้นฐานของนักเรียนทหารตำรวจ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อัจฉรา ถนัดหัตถกรรม . 2527. "การรับรู้เกี่ยวกับค่านิยมพื้นฐานของนักเรียนทหารตำรวจ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อัจฉรา ถนัดหัตถกรรม . "การรับรู้เกี่ยวกับค่านิยมพื้นฐานของนักเรียนทหารตำรวจ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2527. Print. อัจฉรา ถนัดหัตถกรรม . การรับรู้เกี่ยวกับค่านิยมพื้นฐานของนักเรียนทหารตำรวจ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2527.
|
