ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของการให้ยาละลายลิ่มเลือดในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของการให้ยาละลายลิ่มเลือดในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน
นักวิจัย : ฐกรรด์ ชัยสาม
คำค้น : หลอดเลือดสมอง -- โรค
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : นิจศรี ชาญณรงค์ , กัมมันต์ พันธุมจินดา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/21391
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550

ที่มาของงานวิจัย: ยาละลายลิ่มเลือดชนิด recombinant tissue plasminogen activator ได้รับการรับรองให้เป็นการรักษามาตรฐานโดยองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2539 เมื่อให้ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลันภายใน 3 ชั่วโมงนับจากเริ่มเกิดอาการ อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการให้ยาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้การใช้ยานี้ไม่เป็นที่แพร่หลายเท่าที่ควรในประเทศไทย วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของการให้ยาละลายลิ่มเลือดในการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน วิธีการดำเนินการ: ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลันที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ระหว่างเดือนมกราคมถึงธันวาคม 2549 แบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือด 20 คนและไม่ได้รับยาละลายลิ่มเลือดเนื่องจากมีข้อบ่งห้าม 20 คน ค่าใช้จ่ายทางตรงคือค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการนอนโรงพยาบาลทั้งหมด และค่ายาเมื่อผู้ป่วยมาตรวจติดตามที่ 3 และ 6 เดือน ค่าใช้จ่ายทางอ้อมคือค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการทำกายภาพบำบัดหรือการอยู่ในสถานรับเลี้ยงดูหลังออกจากโรงพยาบาล และรายได้ที่สูญเสียไปของผู้ป่วย ประสิทธิภาพของยาละลายลิ่มเลือดวัดจากระดับความรุนแรงของอาการโรคหลอดเลือดสมองตีบที่เปลี่ยนไปจากขณะอยู่โรงพยาบาลที่ 3 และ 6 เดือน ผลการศึกษา: ผู้ป่วยที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือดมีระดับความรุนแรงของอาการโรคหลอดเลือดสมองตีบลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับยาเมื่อตรวจติดตามทั้งที่ 3 และ 6 เดือน ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นขณะนอนโรงพยาบาลและค่าใช้จ่ายรวมทั้งที่ 3 และ 6 เดือนของผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อย่างไรก็ตามในการทำให้ผู้ป่วย 20 คนที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือดมีระดับความรุนแรงของอาการโรคหลอดเลือดสมองตีบลดลงมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับยา 1 แต้ม ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 334,155 บาท และ 254,975 บาทที่ระยะเวลาตรวจติดตามที่ 3 และ 6 เดือนตามลำดับ สรุป: การให้ยาละลายลิ่มเลือดในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลันภายใน 3 ชั่วโมงนับแต่เริ่มมีอาการทำให้อาการของผู้ป่วยดีกว่าไม่ได้ยาอย่างมีนัยสำคัญทั้งที่ 3 และ 6 เดือนโดยค่าใช้จ่ายในการรักษาไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

บรรณานุกรม :
ฐกรรด์ ชัยสาม . (2550). ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของการให้ยาละลายลิ่มเลือดในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ฐกรรด์ ชัยสาม . 2550. "ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของการให้ยาละลายลิ่มเลือดในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ฐกรรด์ ชัยสาม . "ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของการให้ยาละลายลิ่มเลือดในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print.
ฐกรรด์ ชัยสาม . ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของการให้ยาละลายลิ่มเลือดในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.